กฟผ. ชวนประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 4 ก.ย. 69

Loading

กฟผ. เปิดโครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 4 กันยายน 2569 หวังเชื่อมไอเดียสู่ต้นแบบการใช้จริงเชิงพาณิชย์ เปิดโจทย์ Circular Innovation และ Sustainable Concrete ปั้นโอกาสธุรกิจสีเขียว

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3: Green Innovation for ESG & Circular Future ของ กฟผ. ซึ่งร่วมกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โรงงานอุตสาหกรรม องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี ประจำประเทศไทย (GIZ Thailand) Taisei (Thailand) Co.,Ltd. สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC Concrete) และ Siam City Concrete Co.,Ltd.

การจัดโครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมนั้น เพื่อยกระดับนวัตกรรมสีเขียวให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เปิดพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย นักวิจัย สตาร์ทอัพ ภาคอุตสาหกรรม และตลาด สู่การใช้งานจริงและโอกาสเชิงพาณิชย์ โดยมีนายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน และนายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ร่วมแถลงทิศทางโครงการฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ มาร่วมเปิดมุมมองด้าน ESG ณ หอประชุมออดิทอเรียม อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนโยบายหรือเทคโนโลยีเพียงด้านเดียว แต่ต้องทำให้องค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหา สร้างคุณค่า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง “EGAT Green i ปีที่ 3” จึงไม่ได้มุ่งค้นหาเพียงแนวคิดใหม่ แต่ต้องการสร้าง Innovation Ecosystem ที่เชื่อมศักยภาพของ กฟผ. กับ สถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันนวัตกรรมที่มีศักยภาพให้ก้าวจากแนวคิดไปสู่ต้นแบบ การทดสอบ และการใช้งานจริง

พร้อมเป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงได้ยกระดับโครงการให้เป็นเวทีพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ผ่าน 2 โจทย์ท้าทาย ได้แก่ “Circular Innovation Challenge” สำหรับนิสิต นักศึกษา และอาจารย์ระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ “Sustainable Concrete” สำหรับนักวิจัย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ต่อยอดจากงานวิจัยและห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อนำนวัตกรรมมาใช้ส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับ “Circular Innovation Challenge” เป็นการเปิดโจทย์ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม กับความท้าทายใหม่ของภาคพลังงาน ตั้งแต่การจัดการวงจรชีวิตอุปกรณ์ การลดของเสียอุตสาหกรรม การหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI, IoT หรือ Data Analytics มาผสานกับแนวคิด Circular Economy เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ลดขยะ ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรและสร้างมูลค่าเพิ่ม กฟผ. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการทดลองและปรับใช้จริง เพื่อเปลี่ยนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ให้เป็น Prototype และนวัตกรรมที่สามารถขยายผลได้

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือ คือ “Sustainable Concrete” (Decarbonization Innovation Challenge for Cement and Concrete Industry)  ที่นำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. อาทิ เถ้าลอยลิกไนต์ เถ้าหนักลิกไนต์ และยิปซัมสังเคราะห์ มาต่อยอดร่วมกับวัสดุเหลือใช้ที่มีศักยภาพในแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาวัสดุก่อสร้างและคอนกรีตทางเลือก รวมถึงเทคโนโลยีประเภท Geopolymer และ Alkali-Activated Materials ที่สามารถลดการใช้ปูนซีเมนต์และทรัพยากรธรรมชาติใหม่ได้ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ส่งมอบเถ้าลอยไปใช้ประโยชน์แล้วประมาณ 28 ล้านตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 23.8 ล้านตัน สะท้อนว่าวัตถุพลอยได้สามารถเปลี่ยนจากสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้เป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจได้

ภายในงานมีการเสวนา “GREEN INNOVATION FOR ESG & CIRCULAR FUTURE JOURNEY” โดย ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ดร.กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบเพื่อสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นพร้อมรับความเสี่ยงด้าน Climate Change และนายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ และ CEO ของ EEC Thailand ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองตั้งแต่การเปลี่ยน ESG จากกรอบนโยบายไปสู่โครงการที่สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงบทบาทของนวัตกรรมและการออกแบบในการสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบของ The Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเมืองแบบบูรณาการการลงทุน และนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเมืองในการปรับตัวและพัฒนาอย่างยืดหยุ่นต่อ Climate Change

โครงการ EGAT Green i ปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 4 กันยายน 2569 เพื่อคัดเลือกเหลือโครงการละ 8 ทีมเข้าสู่ Boot camp และคัดเหลือโครงการละ 3 ทีมเพื่อเข้าสู่รอบพัฒนาผลงานเข้มข้น พร้อมงบสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบ การทำ Innovation Clinic และ Industrial Validation ก่อนนำเสนอผลงานใน Demo Day & Award Ceremony ในวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 325,000 บาท โดยผลงานที่มีศักยภาพจะได้รับการเชื่อมโยงกับ กฟผ. ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2570 เพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจ นวัตกรรม งานวิจัย หรือการนำไปใช้จริงต่อไป