กลุ่มไออาร์พีซี ยึดหลัก “CG CONFERENCE” เร่งปั่นธุรกิจใหม่ตอบโจทย์ความยั่งยืน

ผู้ชมทั้งหมด 776 

กลุ่มไออาร์พีซี ประกาศยึดหลัก “CG CONFERENCE” ดำเนินธุรกิจ ขณะที่บริษัทลูก เตรียมส่งนวัตกรรมใหม่ “ปุ๋ยซิงค์ออกไซค์นาโน” วางตลาด 1 พ.ย.นี้ และปี65 เปิดตัวอีก 4-5 ผลิตภัณฑ์ แย้มวิจัยปั่นธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา ขณะที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี เตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ ขานรับ อุตสาหกรรมรถ EV

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC กล่าวเปิดงาน IRPC CG CONFERENCE 2021 SYNCHRONIZATION for THE LIFE BALANCE ผสานความร่วมมือสร้างสมดุลให้กับชีวิต และประกาศเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยระบุว่า การเติบโตทางธุรกิจของไออาร์พีซีควบคู่กับการมีพันธมิตร ซึ่งได้ยึดมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลมาโดยตลอด และยังเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงพยายามดำเนินการในทุกเรื่องเพื่อสร้างความสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“ผมเชื่อว่า หลักการCG สามารถเริ่มต้นได้จากหน่วยเล็กๆคือพวกเรากันเอง ตั้งแต่ตัวบุคคลถึงหน่วยงาน องค์กร ประเทศชาติ และเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโลกาภิวัตน์”

ทั้งนี้ การจัดงานวันนี้(27 ต.ค.2564) ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “จะกำกับดูแลอย่างไร ให้สอดรับกับนโยบาย IRPC GROUP WAY OF CONDUCT” โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล และกระตุ้นเตือนการดำเนินงานตามหลัก CG ของบริษัทในกลุ่ม IRPC

นายภาณุทัต เกียรติ์อนันต์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษ์ป่าสัก จำกัด ระบุว่า ในปี 2564 บริษัท ได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ คือ IRPC ให้เปิดดำเนินธุรกิจใหม่ๆออกสู่ตลาด ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมาจากศูนย์นวัตกรรมไออาร์พีซี ที่คิดค้นและตอบโจทย์ New S – Curve โดยมีแผนจะส่งตัวผลิตภัณฑ์ปุ๋ยซิงค์ออกไซค์นาโน ที่ช่วยเสริมธาตุอาหารสำหรับพืช ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป และในปี 2565 จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอีก 4-5 ชนิดจากศูนย์นวัตกรรมไออาร์พีซี ผลิตออกสู่ตลาดด้วย เช่น กลุ่มอาหารเสริม สุขภาพ เครื่องสำอาง ไบโอเทคโนโลยี และกลุ่มวิจันเกี่ยวกัญชา เป็นต้น

“บริษัท มั่นใจว่า ถ้าเรามาเป้าหมายที่ชัดเจน มีกลยุทธ์สั้น กลาง ยาว จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะทุกแนวทางเดินตาม IRPC GROUP WAY OF CONDUCT และมีที่ยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการใช้วัสดุภัณฑ์และพลังงานที่ยั่งยืน โตสอดคล้อง New S – Curve ของประเทศ ”

อีกทั้ง บริษัทพร้อมเปิดกว่างหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเติบโตรวมกันต่อไปในโลกแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม   

นายโพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง กรรมการผู้จัดการและผู้ไดรับใบอนุญาต บริษัท เทคโนโลยีไออาร์พีซี จำกัด กล่าวว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี (IRPCT) ได้รับมอบหมายจาก IRPC ให้พัฒนาหลักสูตร New S – Curve ตามโจทย์ของประเทศ เมื่อปี 2559 และยังเปิดรับนักศึกษาจากกลุ่ม CLMV ทำให้กลายเป็นสถาบันอาชีวศึกษาอินเตอร์นักศึกษา 5 สัญชาติแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ และปัจจุบัน ได้วางแผนยุทธศาสตร์ “I DREAM 2025” ยกระดับวิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี (IRPCT) ขึ้นสู่ 1 ใน 10 อาชีวะชั้นนำของอาเซียน ในปี 2020 และอีกภารกิจสำคัญคือการต่อยอดการเติบโตให้กับไออาร์พีซีแบบก้าวกระโดด

รวมถึงได้มีแผนเตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ เกี่ยวกับยายนต์ไฟฟ้า(EV)ในปีการศึกษาหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญของการบริหารสถาบันอาชีวศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศและไออาร์พีซีนั้น ได้ยึดมั่นตามหลัก IRPC GROUP WAY OF CONDUCT มาอย่างต่อเนื่อง

นายวุฒิชัย ชนปิยางกูร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ในปีหน้า บริษัท เตรียมเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 70 เมกะวัตต์ ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม บริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) ไออาร์พีซี ซึ่งจะส่งผลให้มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 317 เมกะวัตต์ เพื่อป้อนกำลังผลิตไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ดังกล่าวได้ใช้ไฟฟ้าที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง หลังจากที่บริษัท ได้เริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2554  และเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เมื่อปี 2560 เป็นต้นมา ซึ่งการพัฒนาโรงไฟฟ้าของบริษัท จะมีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี ดังนั้น การดำเนินงานต่างๆจึงต้องมุ่นเน้นความยั่งยืนเพื่อดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ตามหลัง IRPC GROUP WAY OF CONDUCT

นายไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอพอลิเมอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพแห่งแรกของไออาร์พีซีที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขายเม็ดพลาสติกและสารเคมีออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม PLASTET.COM ให้กับผู้ผลิตพลาสติกผลิตภัณฑ์และเอสเอ็มอี เพื่อลดต้นทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน และการเข้าถึงวัตถุดิบที่ง่ายขึ้น โดยบริษัท จะต้องดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 ภารกิจสำคัญ คือ 1.สร้างความน่าเชื่อถือเนื่องจากเป็นบริษัทใหม่ 2.รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ3.การสร้างความเข้มแข็งให้กับคู่ค้าเอสเอ็มอีและขายตลาดสู่อาเซียน

“หลักการบริหารที่สำคัญ คือ ยึดหลักธรรมาภิบาลเป็นพื้นฐานสร้างความน่าเชื่อมั่น เริ่มต้นจากสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การทำแบรนด์และสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ และยังมีภารกิจรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้มีส่วนร่วมจัดทำมาตรฐานเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล”