กลุ่ม ปตท. กางแผนลงทุนผลิตเชื้อเพลิง SAF ปลายปีนี้ เล็งดึงพันธมิตรต่างชาติร่วมทุน

ผู้ชมทั้งหมด 485 

กลุ่ม ปตท. คาดสรุปแผนลงทุนตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพอย่างยั่งยืน (SAF) ปลายปีนี้ ลุยก่อสร้างปี 67 เดินเครื่องผลิตปี 70 เล็งดึงพันธมิตรญี่ปุ่น – อินโดนีเซีย ร่วมลงทุน   

นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเตรียมการเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) ว่า ในขณะนี้ทางกลุ่มปตท. ซึ่งประกอบด้วย ปตท., บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลจำกัด (มหาชน), บริษัท ไออาร์พีซีจำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างเตรียมการเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) ผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในเครื่องบิน

โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและจัดทำแผนการลงทุนผลิตเชื้อเพลิง SAF รวมทั้งการเจรจากับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีในการผลิตเชื้อเพลิง SAF และพันธมิตรจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีวัตถุดิบน้ำมันพืชที่ใช้แล้วจากการทำอาหาร (Used Cooking Oil) และกากน้ำมันปาล์มที่เพียงพอต่อความต้องการในการผลิตเพราะในประเทศไทย Used Cooking Oil และกากน้ำมันปาล์มคาดว่าจะมีไม่เพียงพอต้องความต้องการในการผลิตเชื้อเพลิง SAF  

“การศึกษาในเบื้องต้นพบว่าเทคโนโลยีที่เป็นไปได้มากที่สุด คือการเอา Used Cooking Oil และของเหลือทิ้งจากขบวนการผลิตน้ำมันปาล์ม หรือ กากน้ำมันปาล์ม มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งคาดว่าในประเทศไทยมีวัตถุดิบไม่เพียงพอ โดยจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่า Used Cooking Oil และกากน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียมีจำนวนมากในแต่ละปี ดังนั้นวัตถุดิบบางส่วนต้องนำเข้ามาจากประเทศอิโดนีเซีย” นายประสงค์ กล่าว

นายประสงค์ กล่าวว่า สำหรับแผนการลงทุนผลิตเชื้อเพลิง SAF คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปี 2566 ทั้งเรื่องพันธมิตร งบลงทุน สัดส่วนการลงทุนระหว่างกลุ่มปตท. และพันธมิตรต่างประเทศ รวมถึงพื้นที่ตั้งโรงงาน โดยพื้นที่ตั้งโรงงานนั้นในเบื้องต้นดูในพื้นที่ของกลุ่มปตท. ในเขต จ.ระยอง หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มเห็นการก่อสร้างโรงงานได้ในปี 2567 โดยกำหนดเดินเครื่องผลิตในปี 2570 หรือ 2027

ขณะเดียวกันองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil AviationOrganization: ICAO) และสมาคมการบินระหว่างประเทศ (InternationalAir Transport Association: IATA) ที่กำหนดเป้าหมายในปี 2027 ให้สายการบินทั่วโลกใช้เชื้อเพลิง SAF ประมาณ 10% ของปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานทั้งหมด นอกจากนี้ ICAO และ IATA ยังสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

อย่างไรก็ตามการลงทุนในการผลิตเชื้อเพลิง SAF นั้นเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มสัดส่วน กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ของธุรกิจใหม่ ที่ได้ตั้งเป้าหมาย 30% ภายในปี 2030