กองทุนน้ำมันฯ เตรียมเดินหน้ากู้เงิน 2 หมื่นล.หลังครม.ไฟเขียวให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน

ผู้ชมทั้งหมด 654 

ครม. เห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วงเงินไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่เงินบริจาค 3,000 ล้านบาท จาก ปตท. เตรียมเบิกจ่ายเงินก้อนแรก 1,000 ล้านบาทเข้ากองทุนฯ ได้ภายใน ส.ค.นี้

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2565 มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. …. และการกู้ยืมเงิน ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เสนอโดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยการค้ำประกันวงเงินไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท และให้ทางสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นหน่วยงานในการหาแหล่งเงินกู้และกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ขั้นตอนหลังจากผ่าน ครม.แล้ว จะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วจึงมีผลบังคับใช้ได้ คาดว่า เร็วๆนี้ ทางกระทรวงพลังงานจะออกมาแถลงความชัดเจนและความคืบหน้าการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ ให้ประชาชนรับทราบในเร็วๆนี้

ส่วนความคืบหน้า กรณีการขอกู้เงินกับทางธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารออมสิน วงเงิน 20,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันยังไม่มีการสรุปว่าธนาคารใดจะปล่อยกู้ เนื่องจากทางธนาคารต้องการรอ พ.ร.ก. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังมาค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนฯ อยู่

ขณะที่ เงินบริจาค 3,000 ล้านบาท ที่ทางบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) จะมอบให้กองทุนน้ำมันฯ เดือนละ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการเปิดบัญชีสำหรับให้ ปตท. นำส่งเงินเข้ามาอย่างถูกต้อง คาดว่าภายในเดือน ส.ค. นี้ ปตท.จะเริ่มส่งเงิน 1,000 ล้านบาทแรกเข้ามาได้ โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ให้ประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเงินที่ได้รับจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ 

ด้านสถานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. 2565 กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะติดลบรวม 117,394 ล้านบาท จากการนำเงินไปชดเชยราคาดีเซล ทำให้ฝั่งบัญชีน้ำมันติดลบรวม  76,518 ล้านบาท และนำไปชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) จนทำให้บัญชี LPG ติดลบรวม 40,876 ล้านบาท