กองทุนอนุรักษ์ฯ ยืนยัน แจ้งงบการเงินโปร่งใส ตรวจสอบได้

Loading

ส.กทอ. ชี้แจงกรณีผลการตรวจรับรองบัญชีโดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยัน ให้การรับรองงบการเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาโดยตลอด พร้อมเตือนการนำข้อมูลเท็จเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์มีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14

นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านการเงินและความโปร่งใสครั้งสำคัญ โดยระบุว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งช่วงกลางปี 2566 ก็ได้ปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งรายงานการเงินและการรับรองงบของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้รับการตรวจสอบและรับรองจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566, 2567 และ 2568 ความสำเร็จดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ในการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณแผ่นดินด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด

โดยทุกขั้นตอนของการเบิกจ่ายและการจัดสรรงบสนับสนุนให้แก่ประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกมิติปีงบประมาณ พ.ศ. 2566: ผ่านการตรวจสอบและรับรองงบการเงินโดยไม่มีข้อท้วงติงสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการเงินการบัญชีและความถูกต้องในการบริหารบัญชีปีงบประมาณ พ.ศ. 2567: รักษามาตรฐาน และการควบคุมภายในที่ดีเยี่ยม ได้รับการรับรองงบต่อเนื่องปีงบประมาณ พ.ศ. 2568: สตง. รับรองงบการเงินประจำปีอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการการเงินและการบัญชีภายใต้กรอบธรรมาภิบาล

นอกจากนี้ เมื่อย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2557 สตง.ก็รับรองผลการตรวจสอบทางบัญชีมาโดยตลอด โดยเป็นการรับรองแบบมีเงื่อนไขซึ่งหมายถึง รายงานการเงินและงบแสดงฐานะการเงินโดยรวมมีความถูกต้องตามควรในสาระสำคัญ ยกเว้น ข้อมูลบางรายการที่มีข้อมูลผิดพลาด หรือไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือไม่สามารถตรวจสอบหาหลักฐานมารองรับได้อย่างเพียงพอ จะมีเพียงปี 2565 ที่ไม่รับรอง เนื่องจาก ไม่สามารถหาหลักฐานทางบัญชีที่เหมาะสม และเพียงพอมาสนับสนุนตัวเลขในงบการเงินได้ ดังนั้น การนำเสนอบทความที่ระบุว่า สตง. ไม่รับรองผลทางบัญชีให้กับกองทุนฯ มานาน 10 ปีซ้อน จึงเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยข้อเท็จจริงสามารถตรวจสอบได้ (ดูตารางประกอบ)

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ปรับแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ โดยนำข้อเสนอแนะจาก สำนักงาน ป.ป.ช. และ สตง. มากำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงิน และให้หน่วยงานที่ขอรับทุนมีส่วนร่วมจ่ายในลักษณะร่วมจ่าย (Co Pay) การให้ดูแลบำรุงรักษา และเก็บผลการใช้งานระบบตามอายุที่กำหนดในแต่ละประเภทโครงการ อีกทั้งเงินสะสมของกองทุนแต่ละปีก็อยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท สำหรับใช้ดำเนินการในปี 2569 – 2571 ตามมติ กพช. ให้ไว้ และในการบริหารจัดการ หากกองทุนฯ มีเงินสะสมเกินกว่าที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังกำหนดจะมีการส่งเงินคืนไปที่คลังตามระเบียบและข้อกฎหมาย โดยที่ผ่านมาส่งคืนคลังไปแล้วกว่า 35,000 ล้านบาท