![]()
ขสมก. ก้าวสู่ปีที่ 51 ดีเดย์ปี 70 เปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV 2,320 คัน พร้อมอุ้มค่าโดยสารผู้มีรายได้น้อย ยันเป็นองค์กรที่ไม่คาดหวังกำไร วางเป้าปี 71 รายได้เพิ่ม 30% หนี้ลด 60% มั่นใจปี 73 EBITDA เป็นศูนย์


องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนเมือง ขับเคลื่อนสู่อนาคต” ตอกย้ำบทบาทองค์กรขนส่งสาธารณะที่อยู่คู่การเดินทางของประชาชนมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศก้าวสำคัญสู่การพลิกโฉมระบบรถโดยสารสาธารณะยุคใหม่ ด้วยการนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถเมล์ EV) รุ่นใหม่เข้ามายกระดับการให้บริการ ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยีระบบบริการ และบุคลากร เพื่อสร้างการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย เชื่อมต่อ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ขสมก. เพื่อส่งต่อโอกาสจากคนรุ่นปัจจุบันสู่คนรุ่นต่อไป
โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารและพนักงาน ขสมก. ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขสมก. ประกาศทิศทางดำเนินงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยภายในปี 2570 มีปแผนรับมอบรถเมล์ไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด 2,320 คัน แบ่งเป็นเฟสที่ 1 จำนวน 1,520 คัน จะทยอยรับมอบสิ้นเดือนมีนาคม 2570 จำนวน 500 คัน สิ้นเดือนเมษายน 2570 รับมอบจำนวน 500 คัน และสิ้นเดือนพฤษภาคม 2570 รับมอบจำนวน 520 คัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ ขสมก. สั่งซื้อรถเมล์ EV เฟสที่ 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 800 คัน ซึ่งคาดว่าจะได้รับมอบภายในเดือนธันวาคม 2570 ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2570 รถเมล์ของ ขสมก. ที่วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด 2,320 คัน
อุ้มผู้มีรายได้น้อยผ่าน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ทดแทนรถเมล์ร้อน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากการปรับเปลี่ยนรถเมล์ธรรมดา (รถเมล์ร้อน) เป็นรถเมล์ปรับอากาศ EV จะส่งผลให้รถเมล์ร้อน อัตราค่าโดยสาร 8 บาท ต้องยกเลิกการให้บริการไป สำหรับรถเมล์ EV ค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน โดยเตรียมจัดสรรเงินส่วนต่างค่าโดยสารเติมเข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังคงภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในอัตราเดิม ซึ่งปัจจุบัน ขสมก. อยู่ระหว่างการจัดเก็บสถิติจำนวนผู้ใช้บริการรถเมล์ร้อนและรถปรับอากาศรายวันเพื่อคัดแยกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
“ขสมก. ยืนยันยึดมั่นบทบาทการเป็นบริการสาธารณะที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยไม่ได้มุ่งเน้นการแสวงหากำไรจากการให้บริการรัฐบาลมีหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยอุดหนุนงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อให้ค่าบริการเดินทางอยู่ในระดับที่ยุติธรรมและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แม้จะไม่มุ่งเน้นกำไร แต่ผู้บริหารต้องพยายามลดต้นทุนเพื่อให้ภาครัฐเข้ามาอุดหนุนให้น้อยที่สุด” นายพิพัฒน์ กล่าว

ขสมก. กางแผนปฏิรูปครั้งใหญ่! จ่อประมูลรถ EV 800 คัน ต้นปี 70
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก. กำหนดกรอบเวลาการดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์ EV เฟสที่ 2 จำนวน 800 คัน วงเงินรวมประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยจะเปิดประมูลในช่วงเดือนมกราคม 2570 และคาดว่าจะเริ่มทยอยประกอบและส่งมอบรถได้ในช่วงปลายปี 2570 (ธันวาคม 2570)
การได้รับมอบรถเมล์ EV ใหม่ 800 คัน จะนำมาทดแทนรถปรับอากาศรุ่นเก่า (สีครีม-น้ำเงิน) และรถปรับอากาศสีส้ม เมื่อรวมกับรถเมล์ EV ของเฟสแรกจำนวน 1,520 คัน จะทำให้ ขสมก. มีรถเมล์ EV ออกวิ่งให้บริการรวม 2,320 คัน ส่วนที่เหลือจะเป็นรถเมล์ปรับอากาศส้ม จำนวน 323 คันที่เพิ่งเปลี่ยนเป็นระบบ NGV ซึ่งยังมีสภาพดีและช่วยลดมลพิษในเมือง
ทั้งนี้การเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV จะเริ่มเห็นผลชัดเจนในงบประมาณปี 2571 โดยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหลักของ ขสมก. ได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ค่าเหมาซ่อมบำรุง ลดลงจากเดิมปีละ 1,800 – 2,000 ล้านบาท เหลือค่าซ่อมบำรุง 1,500 ล้านบาทต่อปี ค่าเชื้อเพลิงลดลงมากกว่า 60% จากเดิมปีละเกือบ 2,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 800 – 1,000 ล้านบาทต่อปี
การประหยัดต้นทุนทั้งสองส่วนนี้จะส่งผลให้ ขสมก. ลดผลขาดทุนลงได้เกือบ 4,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่เคยขาดทุนปีละประมาณ 7,000 – 8,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ขสมก. ยังมีแผนบริหารจัดการบุคลากรด้วยการ Up-skill และ Re-skill พนักงานเก็บค่าโดยสารให้เปลี่ยนมาเป็นพนักงานขับรถ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนระยะยาว
ตั้งเป้าฟื้นฟูการเงิน-ลุยดัน EBITDA เป็นศูนย์ภายในปี 73
นายกิตติกานต์ กล่าวว่าภายหลังจากรับมอบรถเมล์ EV และให้บริการได้ครบทั้งหมด 2,320 คัน คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าโดยสารในภาพรวมให้ ขสมก. ได้เกือบ 30% ในปี 2571 และขสมก.ตั้งเป้าหมายทางการเงินว่าจะสามารถดันกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้กลายเป็น 0 ได้สำเร็จภายในปี 2573 อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ขสมก.มีภาระหนี้สินสะสมอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านบาท