“คมนาคม” เกินเป้า! ปี 65 เบิกจ่ายงบแล้ว 1.12 แสนล้าน เร่งลงทุนอีก 8 หมื่นล้าน

ผู้ชมทั้งหมด 613 

คมนาคมโชว์ผลงาน! ปี 65 เบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว 1.12 แสนล้าน ทะลุเป้า พร้อมสั่งหน่วยงานในสังกัดเร่งลงนามสัญญาราว 7,739 รายการ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ หวังช่วยขับกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2565 ใน 8 ส่วนราชการ และ 5 รัฐวิสาหกิจ จาก 12 รัฐวิสาหกิจที่มีการใช้งบแผ่นดิน ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ในภาพรวม จำนวน 208,455.23 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 26,076.73 ล้านบาท (ร้อยละ 12.51) และรายจ่ายลงทุน 182,378.50 ล้านบาท (ร้อยละ 87.49)

ทั้งนี้งบรายจ่ายลงทุน ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2565 ของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดมีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 112,270.52 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 61.56 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) ซึ่งมากกว่าเป้าหมายรัฐบาล ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2565 ร้อยละ 15.56 (เป้าหมายรัฐบาล ร้อยละ 46) และหากเปรียบเทียบกับผลการเบิกจ่ายเงิน ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2564 สามารถเบิกจ่ายเงินได้มากขึ้น 9,667.18 ล้านบาท (ร้อยละ 7.02)

สำหรับการลงนามในสัญญารายจ่ายลงทุน กระทรวงคมนาคมมีรายการที่จะต้องลงนามในสัญญา จำนวน 7,739 รายการ วงเงิน 80,722.74 ล้านบาท (รายการรายจ่ายลงทุนปีเดียว, รายการลงทุนผูกพันรายการใหม่ และรายการรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท) ซึ่ง ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2565 ลงนามในสัญญาแล้ว 7,697 รายการ วงเงิน 78,989.46 ล้านบาท (ร้อยละ 97.85 ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร) และส่วนที่เหลือจะทยอยการลงนามในสัญญาให้ครบทุกรายการ จะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของกระทรวงคมนาคมในแต่ละเดือนเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 2565 วงเงินรวม 92,207.62 ล้านบาท มีแผนการเบิกจ่ายเงิน (1 ตุลาคม 2564 –  30 มิถุนายน 2565) จำนวน 55,987.15 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2565 เบิกจ่ายเงินแล้ว 53,236.23 ล้านบาท (ร้อยละ 95.05 ของแผนเบิกจ่ายสะสม) อย่างไรก็ตามแม้การเบิกจ่าย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 จะทำได้เกินเป้าหมาย แต่งบในส่วนที่เหลือนั้นตนก็ได้กำชับให้หน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินงานและเบิกจ่ายเงินได้โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ