คมนาคม เปิดทดลองใช้ M6 บางปะอิน–โคราช เริ่มเที่ยง 21 ส.ค. นี้

Loading

“พิพัฒน์” ตรวจความพร้อม M6 บางปะอิน–โคราช เปิดวิ่งฟรีทุกสุดสัปดาห์ เริ่มเที่ยง 21 ส.ค. นี้ เร่งงานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายใน ธ.ค. 69 ก่อนเปิดใช้ฟรีตลอดสายรับปีใหม่ 70 ชูเส้นทางใหม่สู่อีสาน หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว กำชับ “สะดวก ปลอดภัย”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา พร้อมเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า M6 เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเปิดประตูการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตลอดเส้นทางบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเป็นทางเลือกใหม่ควบคู่กับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง แบ่งเบาปริมาณการจราจร และลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

โดยถนนเส้นนี้มีประโยชน์เรื่องการเดินทางที่เร็วขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ กับภาคอีสานใกล้กันมากขึ้น เชื่อมผู้คน เชื่อมการค้า และเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงปากช่อง–ลำตะคองที่มีภูมิประเทศและทัศนียภาพสวยงาม การเดินทางในวันหยุดจะสะดวกขึ้น ประชาชนสามารถออกจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการติดตามพบว่ามอเตอร์เวย์ M6 มีความพร้อมที่จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 สัปดาห์ละ 3 วัน (ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันศุกร์ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนสามารถใช้ M6 ได้ต่อเนื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามฝั่งขาเข้าจากนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ช่วงด่านปากช่องผู้ใช้เส้นทางต้องออกจาก M6 ก่อนและกลับเข้าสู่เส้นทางอีกครั้งบริเวณด่านมวกเหล็ก เนื่องจากยังไม่แล้วเสร็จจึงไม่พร้อมให้บริการ แต่หลังวันที่ 25 ธันวาคม 2569 จะสามารถเปิดให้ทดลองใช้งานได้ 100% ในทุกวันตลอดเส้นทางทั้งฝั่งขาออกและขาเข้า 24 ชั่วโมง ไปจนกว่าจะจัดเก็บค่าผ่าน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเก็บได้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน 2570

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับจุดพักรถหรือ Rest Area นั้น เบื้องต้น ทล.น่าจะลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปีก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ โดยตลอดแนวเส้นทาง M6 จะมีจุดพักรถทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวม 15 จุด แบ่งเป็น ฝั่งบางปะอินไปนครราชสีมาประมาณ 8 จุด และฝั่งนครราชสีมากลับบางปะอินประมาณ 7 จุด แต่ในระหว่างที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จในช่วงเปิดทดลองให้ประชาชนใช้รM6 นั้น เพื่ออำนวยความสะดวกทาง ทล.ก็ได้เปิดจุดพักรถให้บริการชั่วคราว 2 จุด ได้แก่ จุดพักรถทับกวางและจุดพักรถสีคิ้ว

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ปริมาณการจราจรหลังเปิดทดลองใช้งานมอเตอร์เวย์ M6 ในช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 3 วัน ประมาณ 300,000 คัน หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 100,000 คัน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาการจราจรจากถนนมิตรภาพได้ประมาณ 30% ทั้งนี้ขอให้ประชาชนใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะอยู่ในช่วงทดสอบระบบและยังมีงานบางส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย  ทั้งนี้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน ทั้งบริเวณทางขึ้น ทางลง ทางแยก และจุดสำคัญต่าง ๆ ของเส้นทาง รวมถึงอาจติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ใช้ทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจรูปแบบการเปิดทดลองใช้และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเพิ่มเติมครั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้หลักสำคัญ คือ “ประชาชนต้องได้รับทั้งความสะดวกและความปลอดภัย” พร้อมกันนี้ ได้กำชับเป็นพิเศษในช่วงที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณลำตะคอง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนสนใจเดินทางมาใช้เส้นทางและชมทัศนียภาพจำนวนมาก ต้องดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างมีวินัย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดขึ้นควบคู่กับความปลอดภัย

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน รองรับการเปิดทดลองช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา เพื่อบริหารจัดการจราจรและรับมือเหตุฉุกเฉิน

ตลอดเส้นทางมีการติดตั้งป้าย VMS หรือป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ เพื่อแจ้งข้อมูลและสภาพการจราจรแก่ผู้ใช้ทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดเข้า–ออก เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และสถานการณ์จราจรผ่านช่องทางของกรมทางหลวง ทั้งสื่อออนไลน์ วิทยุออนไลน์ DOH Highway Radio ( https://highwaytraffic.go.th/radio) และช่องทางประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้

สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการงานก่อสร้างโยธามีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 99.37 จากทั้งหมด 40 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา เหลือ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4 และสัญญาที่ 21 โดยตั้งเป้าให้งานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

ส่วนงานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย และอาคารควบคุมต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 92.32 โดยกรมทางหลวงจะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน เพื่อรองรับการเปิดทดลองให้บริการตลอดสายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 และเตรียมเข้าสู่การให้บริการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าผ่านทาง ภายในเดือนเมษายน 2570 ต่อไป