จ่อชง “กบน.” กลาง มิ.ย.นี้ เลื่อนยกเลิกชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอีก 2 ปี

ผู้ชมทั้งหมด 130 

กบน. ชี้ ผู้ประกอบการและเกษตรกรยังไม่พร้อมปรับตัว จ่อชงที่ประชุมกลางเดือน มิ.ย.นี้ขอผ่อนผันเลื่อน “มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ” ที่จะสิ้นสุด 24 ก.ย. 2567 ออกไปอีก 2 ปี

“มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ” ที่ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันไบโอดีเซล ภายในวันที่ 24 ก.ย. 2567 หลังจากขอผ่อนผันเลื่อนยกเลิกการชดเชยออกไปแล้ว 1 ครั้ง จากเดิมมาตรการสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2565 และตามกฎหมายเปิดโอกาสให้ผ่อนผันได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2 ปี ฉะนั้นยังเหลือโอกาสผ่อนผันได้อีก 1 ครั้ง

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า มีแนวโน้มว่าสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กลางเดือน มิ.ย.นี้ พิจารณา “มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ” โดยจะขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันการยกเลิกมาตรการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ไปอีก 2 ปี หรือ สิ้นสุดในวันที่ 24 ก.ย. 2569  ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติด้วย 

เนื่องจากเกรงว่าหากยกเลิกการชดเชยในตอนนี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรได้ ซึ่งจากการได้รับข้อมูลในเบื้องต้น ทาง สกนช.รายงานว่า ที่ผ่านมามีการลงพื้นที่ศึกษาข้อเท็จจริงพบว่า ผู้ประกอบการและเกษตรยังไม่พร้อมปรับตัว ในการหันไปใช้ทางเลือกในการเพิ่มมูลค่าให้กับเอทานอลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เท่าที่ควร

ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงพลังงาน ก็อยู่ระหว่างดำเนินมาตรการลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการลงจากเดิมมีกลุ่มน้ำมันเบนซินจำหน่ายถึง 5 ชนิด (น้ำมันเบนซินออกเทน 95, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85) โดยจะปรับให้เหลือเพียง 2 ชนิด คือ น้ำมันพื้นฐาน และน้ำมันทางเลือก ฉะนั้นจะส่งผลให้ปริมาณเอทานอลเหลือในระบบปริมาณมาก และอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและโรงงานเอทานอลได้

ขณะที่กลุ่มไบโอดีเซล ทางกระทรวงพลังงาน กำหนดให้ลดเหลือแค่ 2 ชนิด จากเดิมจำหน่ายถึง 3 ชนิด (น้ำมันไบโอดีเซล B7, B10 และ B20)  โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ประกาศยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล B10 แล้ว และให้น้ำมันไบโอดีเซล B7 เป็นน้ำมันพื้นฐาน และไบโอดีเซล B20 เป็นน้ำมันทางเลือก มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เหลือในระบบมากขึ้น  

ประกอบกับ ในอนาคตการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเข้ามาทดแทนรถยนต์สันดาปมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันไบโอดีเซล

ดังนั้น หากยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ จะส่งผลให้กองทุนฯ ไม่สามารถนำเงินไปพยุงราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันไบโอดีเซลได้ และหากเกิดสถานการณ์ราคาเอทานอลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มีปรับราคาสูงขึ้น ก็อาจทำให้ผู้ค้าน้ำมันเลือกผสมเอทานอลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เพื่อควบคุมต้นทุนราคาน้ำมัน จะส่งผลให้ปริมาณเอทานอลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เหลือในระบบจำนวนมาก และกระทบต่อเกษตรกรในที่สุด จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเลือกแนวทางเลื่อนการยกเลิกชดเชยฯออกไป จนกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีความพร้อม