ทอท.เร่งดันโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 723 ไร่ คาดม.ค.66 ได้เอกชนลงทุน 

ผู้ชมทั้งหมด 560 

ทอท.เร่งดันโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 723 ไร่ คาดเปิดประมูลม.ค.66 หนุนเอกชนลงทุนธุรกิจส่งเสริมการบินคาดปี 67 เพิ่มรายได้นอกเหนือธุรกิจการบิน 60% 

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยว่า ทอท.กำลังดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้ประมูลงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคหลักในที่ดินแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ ในวงเงินราว 1,769 ล้านบาท คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปีหลังจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ต่างๆ ที่จะเข้ามาเปิดให้บริการบริเวณพื้นที่ในอนาคต

นายนิตินัย กล่าวว่า ส่วนการลงทุนโครงการเชิงพาณิชย์ต่างๆในที่ดินแปลง 723 ไร่ นั้นอยู่ระหว่างจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการเชิงพาณิชย์ต่างๆ เบื้องต้นมีเอกชนเสนอแนวคิดในการลงทุนโครงการต่างๆ ประมาณ 40 – 50 โครงการ แต่ ทอท.จะพิจารณาเลือกโครงการเหมาะสมที่เน้นการสนับสนุนธุรกิจด้านการบินเป็นหลัก ซึ่งหากโครงการใดมีเอกชนสนใจรายเดียวก็น่าจะสามารถทำสัญญาได้เลย แต่หากโครงการที่มีเอกชนสนใจหลายรายก็จะต้องเปิดประมูลแข่งขันกัน โดยในช่วงเดือน ม.ค.66 น่าจะได้เห็นเอกชนรายแรกเข้ามาลงทุนโครงการในพื้นที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทอท.เห็นว่าโครงการที่เป็นโอกาสในการพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจด้านการบิน อาทิ ตลาดกลางสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่ต่อยอดกับธุรกิจศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรก่อนส่งออก ที่ ทอท.ดำเนินการในนามบริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอเรเตอร์ จำกัด (AOT TAFA Operator Co.,Ltd : AOTTO) รวมไปถึงโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ รวมถึงโครงการบ้านพักพนักงาน และศูนย์กระจายสินค้าส่งออก โชว์รูมรถซุปเปอร์คาร์ เพื่อทดลองขับและชำระภาษีนำเข้าเบ็ดเสร็จและนำรถออกไปขับได้ทันที เป็นต้น

นายนิตินัย กล่าวอีว่า  ทอท.ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในที่ดินแปลง 37 เนื้อที่ 1,470 ไร่ ซึ่งปัจจุบัน ทอท.ได้นำไปพัฒนาเป็นช่องทางรถจักรยานแล้วบางส่วน จะเหลือพื้นที่ให้เอกชนลงทุนได้ประมาณ 700 ไร่ ดังนั้น ทอท.จะพิจารณาธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ เช่นเดียวกับที่ดินแปลง 723 ไร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้พื้นที่ด้านการบิน มีข้อจำกัดเรื่องความสูง ซึ่งโครงการที่จะเข้ามาลงทุนต้องตอบโจทย์พื้นที่และเป็นโครงการที่ไม่กระทบด้านการบิน

ทั้งนี้ แผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้น ทอท.ตั้งเป้าว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้ขององค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่พึ่งพาเฉพาะรายได้จากธุรกิจการบินที่มีปัจจัยแวดล้อมกระทบ อย่างการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ด้านการบินลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ จะเป็นรายได้จากธุรกิจนอกเหนือการบิน หรือ Non – Aero ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยในช่วงโควิดที่ผ่านมา ทอท.ซุ่มฟักตัว ปรับกลยุทธ์หารายได้จากNon – Aero มากขึ้น ไม่เพียงรายได้พื้นที่เชิงพาณิชย์จากที่ดินแปลงต่างๆ หรือพื้นที่ในอาคารสนามบินเท่านั้น แต่หลังจากนี้จะเห็น ทอท.มีรายได้เชิงพาณิชย์จากพื้นที่ไม่จำกัดในโลกเสมือนจริง ผ่านการหารือในบริการแอปพลิเคชันSawasdee by AOT พันธมิตรร้านค้าต่างๆ ที่จะเข้ามาให้บริการในแอปพลิเคชัน ซึ่งคาดว่าในปี 2567 ทอท.จะมีรายได้ Non – Aero สูงกว่ารายได้ Aero คิกเป็นสัดส่วน Non – Aero  60% และ Aero อยู่ที่ 40%