บอร์ด IRPC เคาะงบลงทุนปี66 กว่า 1 หมื่นลบ.

ผู้ชมทั้งหมด 334 

บอร์ด IRPC เคาะงบลงทุนปี2566 กว่า 10,000 ล้านบาท เดินหน้าก่อสร้างโครงการUCF เสร็จตามแผน COD ไตรมาส1ปี 2567 พร้อมลุยเพิ่มสัดส่วนการขายธุรกิจ Specialty ตามเป้า 52% ในปี2568 หนุนมาร์จิ้น ขณะที่ลุ้นผลประกอบการไตรมาส4 ดีขึ้นจากไตรมาส 3

นางสาวกัญญามาส ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงาน Oppday Q3/2022 บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) IRPC เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2565 โดยระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด IRPC) เมื่อเร็วๆนี้ ได้อนุมัติงบลงทุนในปี 2566 อยู่ที่ระดับกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี2565 โดยหลักๆจะเน้นการลงทุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF) ให้แล้วเสร็จตามแผนที่จะเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งปัจจุบันโครงการฯก่อสร้างมีความคืบหน้าอยู่ที่ 54% รวมถึงขยายการลงทุนตามกลยุทธ์ Existing Stream และ New Stream

“ส่วนงบลงทุน 5 ปี คาดว่า อาจจะปรับเล็กน้อย แต่ใกล้เคียงเดิม เพื่อเดินหน้าการลงทุนต่างๆให้ บรรลุเป้าหมายมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) แตะ 25,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 และแตะ 35,000 ล้านบาท ภายในปี 2573”

ส่วนทิศทางรายได้ในปี 2566 นั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งหากราคาอ่อนตัวลงก็จะส่งผลต่อรายได้ แต่ไม่มีผลต่อมาร์จิ้น ซึ่งบริษัทอย่างให้มองที่ตัวมาร์จิ้นมากกว่า และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมาร์จิ้นคือ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์(สเปรด) ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะเดียวกันการอ่อนตัวของราคาน้ำมันดิบ ก็จะส่งผลดีต่อบริษัททำให้ต้นทุนปิโตรเคมีลดลงได้ในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม การจะรักษาผลการดำเนินงานในปี 2566 ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายนั้น บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุน ทั้งการพิจารณางบลงทุนอย่างรอบครอบ เลือกลงทุนในโครงการที่สร้างสิทธิประโยชน์ให้กับบริษัท พร้อมควบคุมรายจ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ (Specialty) เพื่อให้ระบุเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการขายอยู่ที่ 52% ในปี 2568 จากปีนี้ที่คาดว่า จะทำได้ตามแผนอยู่ที่ 22% ขณะเดียวกันในส่วนของธุรกิจปิโตรเลียม จะเดินหน้าส่งเสริมการขายภายในประเทศ (Domestic) ให้มากขึ้น เพื่อหนุนการเติบโตของมาร์จิ้น

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัท คาดว่าจะใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 150,000 บาร์เรลต่อวัน หลังการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4ปีนี้ ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) คาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ที่มี Market GIM อยู่ที่ 4,485 ล้านบาท (7.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) เนื่องจากสเปรดปิโตรเคมียังไม่กลับมา ซึ่งคาดว่าทั้งปี GIM จะอยู่ที่ระดับ 10-11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึง การลงทุนในโครงการ Innopolymed ที่ผลิตผลิตผ้าไม่ถักทอ (Non-woven Fabric) และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (Medical Consumables) จะเปิดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส4 ปีนี้