บ้านปู ปั้นทีม Digital and Innovation ทรานส์ฟอร์ม “บุคลากร-องค์กร” รับโลกธุรกิจยุคดิจิทัล

ผู้ชมทั้งหมด 1,740 

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ  BANPU ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 พร้อมฉายภาพความสำเร็จของหน่วยงาน Digital and Innovation (D&I)” หนึ่งกุญแจสำคัญที่นำพาบ้านปูเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล (Digital Transformation) ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน ผ่านการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาเชื่อมโยงการทำงานของบ้านปูใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว ด้วย 4 ผลงานเด่น อาทิ การตรวจสอบเส้นทางขนส่ง การวิเคราะห์แนวโน้มราคาพลังงาน การจัดเก็บและรวมศูนย์ข้อมูลของบริษัทในกลุ่มบ้านปูทั้ง 9 ประเทศ ตลอดจนยกระดับ Cybersecurity สร้างความปลอดภัยด้านข้อมูลขั้นสูง เพื่อผลักดันการเติบโตทางธุรกิจภายใต้   กลยุทธ์ Greener & Smarter

ดร.ธีระชัย พรสินศิริรักษ์ Head of Digital and Innovation บ้านปู กล่าวว่า “บ้านปูกำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ (Banpu Transformation) ซึ่งดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงาน Digital Center of Excellence (DCOE) เมื่อปี 2561 เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ และต่อมา ได้ผนวก DCOE เข้ากับหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ในช่วงกลางปี 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายใต้ชื่อหน่วยงานใหม่อย่าง Digital and Innovation หรือ D&I ซึ่งมีหมุดหมายสำคัญในการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบ้านปูให้แข็งแกร่ง รองรับความต้องการขององค์กรที่มีการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และบุคลากร

พร้อมสนับสนุนงานปฏิบัติการของธุรกิจในกลุ่มบ้านปู ทั้งในไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยให้สำนักงานใหญ่ในไทยเป็นผู้นำในการทำ Digital Transformation โดยปัจจุบันมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 150 คนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่เติบโตเร็วมาก”

ดร.ธีระชัย กล่าวต่อว่า “เป้าหมายและกรอบการทำงานของ D&I ในช่วง 1-2 ปีแรกของการจัดตั้งหน่วยงาน เรามุ่งให้ทีมสามารถทำงานอย่างสอดประสานและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบ One Team, One Goal เพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน และในช่วงปีที่ 3-4 เป็นช่วงของการใช้กลยุทธ์การทำงานที่สอดคล้องกัน โดยทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสามารถแชร์ทีมงานดิจิทัล (Digital Workforce) กันได้ด้วย แม้ว่าการดำเนินงานในประเทศต่างๆ จะมีบริบทที่ต่างกัน แต่เราต้องผนวกความร่วมมือ (Synergy) เพื่อเร่งให้บ้านปูประสบความสำเร็จตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ได้เร็วขึ้น หลังจากที่บ้านปูดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์นี้มาตั้งแต่ปี 2558”

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ D&I คือส่งเสริมให้บุคลากรของบ้านปูตระหนักรู้ถึงความสำคัญของดิจิทัล (Digital Awareness) และเพิ่มทักษะดิจิทัลให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้องในสายงาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสามารถสำคัญที่ทั้งบ้านปูและโลกกำลังต้องการ โดยมีการฝึกฝนบุคลากรให้มีชุดความคิดแบบดิจิทัล (Digital Mindset) และกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) โดยมี Digital Coach เป็นผู้สอนการใช้เทคโนโลยีต่างๆ พร้อมเทรนเดอะเทรนเนอร์ (Train the trainers) เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรให้เป็นเทรนเนอร์หรือโค้ชที่สามารถถ่ายทอดทักษะให้แก่ผู้อื่นได้ต่อ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านบุคลากร (People Transformation)

รวมถึงการจัดตั้ง Digital Capability Center (DCC) ในหลายประเทศ เพื่อยกระดับความร่วมมือของพนักงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยดำเนินงานภายใต้ 4 พันธกิจคือ 1) นำเทคโนโลยีไปปรับใช้ทั่วทั้งองค์กร 2) นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดขึ้น 3) สร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในองค์กร และ 4) สร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งและเพิ่มความยืดหยุ่น เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคตในช่วงที่ผ่านมา ทีม D&I ได้ผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในโครงการต่างๆ ที่มีความโดดเด่น ถูกนำไปใช้งานจริง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้ในอนาคต อาทิ

Supply Chain Optimization ระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับข้อมูลการขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น เส้นทางเดินเรือของเรือขนส่งสินค้า ตารางการจัดวัสดุ อุปกรณ์ เป็นต้น

Energy Trading ระบบซื้อขายพลังงานที่มีเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์ทิศทางของราคาพลังงาน เช่น ในอีก 5-10 นาทีข้างหน้าค่าไฟจะต่ำลงหรือสูงขึ้น ช่วยในการตัดสินใจซื้อ-ขายพลังงานได้อย่างแม่นยำ แม้ระบบนี้จะยังอยู่ในช่วงของการทดสอบ แต่ได้นำร่องใช้งานในออสเตรเลียแล้ว และมีแนวโน้มขยายการใช้งานไปยังญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

Master Data Warehouse ศูนย์กลางข้อมูลของบ้านปูใน 9 ประเทศ เนื่องจากฐานข้อมูลของกลุ่มบ้านปูกระจายอยู่ในหลายประเทศ ทีม D&I จึงพัฒนา Master Data Warehouse ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของบ้านปู โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเก็บดาต้าให้เป็นหมวดหมู่และควบคุมให้เป็นฟอร์แมท (Format) เดียวกัน พร้อมกับทำ Corporate Information Factory (CIF) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดเก็บ Data Master Files ร่วมด้วย

Cybersecurity ขยายขอบเขตการดูแลความมั่นคงทางไซเบอร์ ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติงาน ส่งผลให้การประกาศสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ในปี 2022 บ้านปูได้รับคะแนนประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้าน Cybersecurity เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ตลอด 1 ปี 6 เดือน หน่วยงาน D&I ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนที่สำคัญ (Key Enabler) และเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยซัพพอร์ตงานด้านดิจิทัลทั้งหมดของบ้านปู เราเดินหน้าไปแล้วกว่า 270 รายการ เป็นรายการทั้งที่อยู่ในขั้นทดลอง/ทดสอบ หรือให้คำแนะนำ หรือเป็นที่ปรึกษา บางรายการเป็นโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งต้น (Minimal Viable Product: MVP) หรือเป็นโครงการที่พัฒนาโซลูชันจนสามารถใช้งานในองค์กรได้ รวมถึงมีโครงการที่สร้างรายได้กลับเข้ามาในหน่วยงาน และโครงการที่ช่วยลดต้นทุนให้หน่วยงานในบ้านปูได้ด้วย เหล่านี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความก้าวหน้าในการมุ่งมั่นใช้และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของ  บ้านปู” ดร.ธีระชัย กล่าวทิ้งท้าย

การก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 บ้านปูยังคงเดินหน้าเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้อย่างชาญฉลาดทั่วทั้งองค์กร สอดรับกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าเพียงหนึ่งปีครึ่ง หน่วยงาน Digital and Innovation ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจหลายโครงการ ทั้งหมดนี้ เพื่อสนับสนุนการส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนในวันนี้และในอนาคต ตอกย้ำพันธสัญญาที่ว่า ‘พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน’ (Our Way in Energy)