“พลังงาน” หารือ ญี่ปุ่น ผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มุ่งพลังงานสะอาด

ผู้ชมทั้งหมด 979 

กระทรวงพลังงานไทย ร่วมหารือ กระทรวงการเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ในกรอบความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ครั้งที่ 5 มุ่งพัฒนาทั้งด้านพลังงานสะอาด การอนุรักษ์พลังงาน เทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ อาทิ เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเทคโนโลยี CCUS

วันนี้ (12 ม.ค. 66) กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ครั้งที่ 5 หรือ the 5th Japan-Thailand Energy Policy Dialogue ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 มกราคม 2566 โดยนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมฯ ร่วมกับ นาย KOBAYASHI Izuru, Deputy Commissioner for International Affairs กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานร่วม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อขยายความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านปิโตรเลียม ไฟฟ้า พลังงานสะอาด การอนุรักษ์พลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ อาทิ เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเทคโนโลยีการดักจับ กักเก็บและใช้ประโยชน์คาร์บอน หรือ CCUS เป็นต้น  ทั้งในรูปแบบความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการลงทุนในโครงการด้านพลังงานของภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาภาคพลังงานของทั้งสองประเทศให้มีความมั่นคงและผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทั้งประเทศไทยและญี่ปุ่นสามารถบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานของทั้งสองประเทศร่วมกันต่อไป

ทั้งนี้ ประธานร่วมของฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่น ได้ร่วมเป็นสักขีพยานให้กับการลงนามในความตกลงความร่วมมือในโครงการด้านพลังงานของภาคเอกชนของไทยและญี่ปุ่น จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งมีบริษัทที่เข้าร่วมฯ ลงนาม ได้แก่  EGCO, JERA Asia Pte. Ltd, JERA Co, Inc, BLCP, Banpu Power, Mitsubishi Heavy Industry, Ltd, Mitsubishi Cooperation, Chiyoda Cooperation, SCG Cement, Nippon Steel Engineering Co.,Ltd, Thai Nippon Steel Engineering and Construction Cooperation โดยเป็นความร่วมมือในด้านการศึกษาและการลงทุนร่วมกันในการพัฒนาธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานของการใช้เชื้อเพลิงสะอาด เช่น ไฮโดรเจนและแอมโมเนีย รวมถึง การพัฒนากระบวนการในภาคอุตสาหกรรมให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ประโยชน์ทรัพยากรในภาคการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด