มี.ค.นี้! ขบ.ลงนามศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม 1,361 ล้าน

ผู้ชมทั้งหมด 230 

มี.ค.นี้! ขบ.ลงนามศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม 1,361 ล้านบาท กำหนดเปิดให้บริการ 68 รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนเชื่อมต่อไทย – สปป.ลาว – เวียดนาม – จีนตอนใต้ พร้อมเร่งดันศูนย์การขนส่งสินค้าเชียงของ เข้าครม. ภายในปี 66

โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อสร้างโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางถนน โดยพัฒนาสถานีขนส่งสินค้ารองรับกิจกรรมการขนส่งทั้งการรวบรวมและกระจายสินค้า รวมถึงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน และร่างสัญญาร่วมลงทุน  (PPP) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566

โดยมี บริษัท สินธนโชติ จำกัด เป็นผู้ที่ผ่านการประเมินสูงสุด ทั้งนี้เอกชนรายดังกล่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบลงทุนค่าก่อสร้างในองค์ประกอบอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้และเครื่องมืออุปกรณ์ และรับผิดชอบในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (Operation and Maintenance : O&M) รวมทั้งเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้แก่ภาครัฐ ตามรูปแบบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ในการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลาร่วมลงทุน 30 ปี นับจากปีเปิดให้บริการมีมูลค่าโครงการ ทั้งในส่วนที่ภาครัฐและเอกชนลงทุนรวมกว่า 1,361 ล้านบาท

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม จัดเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) และโครงการนำร่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ช่วยรองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย R12 เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย – สปป.ลาว – เวียดนาม – จีนตอนใต้ ผ่านด่านพรมแดนนครพนม และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จัดเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และยังรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้ากับระบบราง ผ่านแนวการพัฒนารถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียง และการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางให้เป็นระบบการขนส่งหลักของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม

สำหรับการดำเนินการตามแผนพัฒนาโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ภายหลัง ครม. เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกได้เร่งรัดจัดการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับภาคเอกชนให้ได้ภายในเดือนมีนาคม 2566 เพื่อภาคเอกชนจะได้เตรียมการดำเนินการตามสัญญาร่วมลงทุน (PPP) และให้สามารถเปิดให้บริการโครงการได้ตามแผนในปี 2568 ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางและอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์วงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง 624 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 พร้อมกับการก่อสร้างในส่วนที่ภาคเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบ

นอกจากโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม กรมการขนส่งทางบกยังอยู่ระหว่างการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาต่อรองกับผู้ผ่านการประเมินสูงสุด และคาดว่าจะสามารถเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ภายในปีงบประมาณ  2566  และอยู่ระหว่างกระบวนการจัดจ้างโครงการก่อสร้างระยะที่ 2 ซึ่งจะรองรับการเชื่อมต่อกับระบบราง ผ่านแนวรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของ รฟท. โดยมีแผนเริ่มการก่อสร้างภายในเดือนเมษายน 2566 นี้ 

ส่วนแผนการพัฒนา สถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) แห่งอื่นๆ อยู่ระหว่างการศึกษาทบทวนความเหมาะสม และรูปแบบการร่วมลงทุนของโครงการ รวมถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ โดยจากผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า โครงการสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความเหมาะสมและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งถูกบรรจุอยู่ในแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน (PPP) ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยกรมการขนส่งทางบกจะได้เร่งรัดนำเสนอผลการศึกษาและหลักการของโครงการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป