รฟม. กางไทม์ไลน์รถไฟฟ้า กทม.- ปริมณฑล ปี 70-73 เปิดเดินรถ “ส้ม-ม่วงใต้” เร่งศึกษา “สีน้ำตาล-เงิน-เทา-ฟ้า”

Loading

ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีระบบรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการทั้งหมด 8 สาย คือ สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีแดง สายสีทอง สายสีเหลือง สายสีชมพู และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 สาย ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม แบ่งเป็นสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย–มีนบุรี สายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สีม่วงใต้) ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ หากเปิดให้บริการจะช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร 17 สถานี ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตั้งระบบเดินรถ มีความคืบหน้าราว 76% คาดว่าจะสามารถเปิดทดลองเดินรถให้ประชาชนใช้นำร่องได้ในช่วงปลายปี 2570 และเริ่มเก็บค่าโดยสารอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2571 โดยจะเริ่มทยอยรับรถไฟฟ้าในเดือนพฤศจิกายน 2569 ไปจนถึง เดือนพฤษภาคม 2570 จำนวน 16 ขบวน และหลังจากนั้นก็จะทยอยรับรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 16 ขบวน เป็น 32 ขบวน เพื่อรองรับการเปิดให้บริการทั้งระบบเมื่อเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร 11 สถานี โดยภาพรวมงานก่อสร้างมีความคืบหน้า 36.87% คาดว่าจะเปิดให้บริการได้เดือน กรกฎาคม 2573

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร 17 สถานี งานโยธามีความคืบหน้า 80% โดยมีกรอบเวลาเสร็จสิ้นช่วงปลายปี 2570 รฟม. จึงพิจารณาแผนทยอยเปิดบริการเป็นช่วง โดยคาดว่าจะเปิดช่วงแรกจากสถานีเตาปูน ถึง สถานีหอสมุดแห่งชาติ ได้ในปี 2572 ก่อนเปิดครบตลอดสายในปี 2573 ขณะที่ระบบเดินรถและจัดหารถไฟฟ้านั้น รฟม.อยู่ระหว่างเตรียมเสนอรูปแบบการลงทุน PPP แบบจ้างเดินรถ (Gross Cost) ให้คณะกรรมการ รฟม. พิจารณาปลายปีนี้ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปีหน้า

เดินหน้าศึกษาสายใหม่ สีน้ำตาล-สีเงิน-สีเทา-สีฟ้า

นายกาจผจญ กล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ในแผนแม่บท รฟม. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการศึกษาและปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสภาพกายภาพปัจจุบัน ประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กิโลเมตร ผ่านการอนุมัติรายงาน EIA เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากแนวเส้นทางซ้อนทับกับโครงการทางพิเศษสายเหนือของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บนถนนประเสริฐมนูกิจ กระทรวงคมนาคมจึงให้นโยบายบูรณาการโครงสร้างร่วมกัน ทำให้กำหนดการเสนอขออนุมัติไปเป็นปี 2571

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 19.7 กิโลเมตร 14 สถานี เป็นระบบ Light Rail อยู่ระหว่างเริ่มศึกษาทบทวนความเหมาะสม เพื่อปรับปรุงแนวเส้นทางให้สอดรับกับการพัฒนาพื้นที่บางนา และการเชื่อมต่อเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร (Terminal) ด้านใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล – ทองหล่อ) ระยะทาง 16.3 กิโลเมตร 15 สถานี เริ่มศึกษาทบทวนพร้อมกับสายสีเงิน โดยจะทบทวนรูปแบบเดิมที่เป็นระบบ Monorail ให้เหมาะสมกับกายภาพพื้นที่ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง – สาทร ระยะทาง 6.7 กิโลเมตร 9 สถานี เป็นเส้นทางรอง (Feeder) คาดว่าจะเริ่มพิจารณาความเหมาะสมในการศึกษาประมาณปี 2572

ส่วนการรับโอนรถไฟฟ้าการกำกับดูแลมายัง รฟม.อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลในการรับโอนโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง และสายสีแดง จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นลักษณะหน่วยงานเดียว (Single Authority) และรองรับการขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพด้านค่าโดยสาร

คาดผู้โดยสารสายสีส้มทะลุ 4 แสนคนต่อวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี คาดการณ์ว่า จะมีผู้โดยสารเข้ามาในระบบราว 170,000 คน-เที่ยว/วัน ในปีแรกของการเปิดให้บริการ และเมื่อเปิดเดินรถเชื่อมกับสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในปี 2573 คาดว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเข้ามาในระบบราว 439,736 คน-เที่ยว/วัน คาดมีผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 19.06% ผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) 0.40% ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ประมาณการณ์ผู้โดยสาร ณ ปีเปิดให้บริการ 199,644 คน-เที่ยว/วัน คาดมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 13.69% ผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) N/A