รฟม.ยันรถไฟฟ้าสายสีชมพูต่อขยายเข้าเมืองทองธานีไม่ได้เอื้อยเอกชน 

ผู้ชมทั้งหมด 591 

รฟม.ยันรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานีไม่ได้เอื้อยเอกชน วงเงิน 4.2 พันล้านบาท ชี้ดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญาร่วมลงทุนฯ 

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)​ เปิดเผยถึงกรณีที่นายยุทธพงศ์จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยระบุว่าโครงการรถไฟฟ้าสีชมพูส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี​ วงเงิน 4.2 พันล้านบาท เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนเจ้าของเมืองทองธานีนั้น รฟม. ขอเรียนยืนยันว่ารฟม. ได้ดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและภาครัฐ โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และยึดหลักธรรมาภิบาลโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ รฟม.ขอชี้แจงว่า ส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ เข้าสู่พื้นที่เมืองทองธานี เป็นประโยชน์ต่อประชาชนรฟม. ได้ดำเนินการศึกษารายละเอียดความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ พบว่า เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการแก่ประชาชนและสาธารณะ โดยจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนแจ้งวัฒนะซึ่งปัจจุบันมีปริมาณรถหนาแน่นเต็มความจุของถนนที่สามารถรองรับได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากลดการสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิงจากปัญหาการจราจรติดขัด 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ เป็นการขยายโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบรอง (Feeder) เพื่อรองรับพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น แหล่งพาณิชยกรรม และหน่วยงานราชการ ในพื้นที่เมืองทองธานี ซึ่งมีประชากรในพื้นที่กว่า 30,000 คน และมีผู้เดินทางเข้า – ออก ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่เมืองทองธานีเป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัย ชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่ราชการ อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม สนามกีฬาอาทิ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อาคารที่พักอาศัย ขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 20 อาคาร มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตเมืองทองธานี วัดผาสุกมณีจักร โรงเรียนบีเอฟเอส โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย SCG Stadium ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี เป็นต้น 

ดังนั้น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ จึงช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อทางสายหลักโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ เข้าสู่พื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร โดยเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง สู่ระบบขนส่งมวลชนสายหลัก 4 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ดังนั้นการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายฯ จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ เป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ได้มีมติเห็นชอบให้บรรจุโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ ในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางฯ  โดยคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ได้มีมติรับทราบสรุปมติที่ประชุม คจร. ดังกล่าว

โดยในการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ รฟม. ได้เจรจากับผู้รับสัมปทาน (บริษัท นอร์ทเทิร์นบางกอกโมโนเรล จำกัด) ซึ่งได้มีข้อเสนอเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ โดยผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการลงทุนส่วนต่อขยายฯ เองทั้งหมด ได้แก่ ค่าก่อสร้างงานโยธา ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่างานระบบรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยาย และ รฟม. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการส่วนต่อขยายแต่อย่างใด และยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่ รฟม. จะได้รับส่วนแบ่งผลตอบแทนเพิ่มเติม กรณีมีผู้โดยสารสูงกว่าประมาณการผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ รฟม. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญาร่วมลงทุนฯ พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ. 2556 พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวมถึงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2561 ทุกขั้นตอน จนกระทั่งคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่9 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรีกรณี โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ 

“สำหรับโครงการดังกล่าว เอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินกานทั้งหมด ทั้งในส่วนของงานโยธา และงานเวนคืนที่ดินทั้งนี้ รฟม.เห็นว่าเป็นข้อเสนอที่เกิดประโยชน์กับภาครัฐ และสาธารณะ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ในการเดินทางเข้าออกเมืองทองธานี ให้แก่ประชาชน เพราะพื้นที่บริเวณเมืองทองมีชุมชนขนาดใหญ่ ทั้งคอนโดมิเนียม สูงไม่น้อยกว่า 20 ชั้น, สถานที่ราชการ และสถาบันการศึกษา จึงมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีการจราจรที่หนาแน่น” นายภคพงศ์ กล่าว 

ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสีชมพูส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ขณะนี้ รฟม. เตรียมให้ผู้รับจ้างเตรียมเข้าพื้นที่ก่อสร้างภายในวันที่ 20  มิถุนายนนี้ โดยจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 37 เดือน และจะเปิดให้บริการได้ในปี 2568 ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารส่วนต่อขยายในปีแรกของปีที่เปิดให้บริการ จะมีผู้โดยสารอยู่ที่7,000 คนต่อวัน ขณะที่ สายหลักผู้โดยสารจะอยู่ที่ 12,000 คนต่อวัน ส่วนอัตราค่าโดยสารส่วนต่อขยายคิดอัตราแรกเข้า 14 บาท หลังจากนั้นคิดค่าโดยสารเพิ่ม 3 บาทต่อสถานี