ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังถูกกดดัน หลังตลาดจับตาการประชุดเฟด และโควิด – 19 ระบาดในจีน

ผู้ชมทั้งหมด 928 

ไทยออยล์ ชี้ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังถูกกดดัน หลังตลาดจับตาการประชุดเฟด และโควิด – 19 ระบาดในจีน คาดเวสต์เท็กซัส เคลื่อนไหวที่กรอบ 90-100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ เคลื่อนไหวที่กรอบ 98 – 108 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) หรือ  TOP เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระะหว่างวันที่ 25-29 ก.ค.65 พบว่า ราคาน้ำมันดิบคาดมีความผันผวนในกรอบแคบ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75 – 1.00 % ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่พบผู้เชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้น และล่าสุดจีนกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดตามนโยบายปลอดโควิดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศอีกครั้ง ส่งผลต่อการฟื้นตัวของปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโลก ขณะที่ตลาดน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากปริมาณความต้องการน้ำมันดิบที่เพิ่มมากขึ้น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ ประกอบด้วย

▪ การประชุมคณะกรรมการกลางนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) วันที่ 26-27 ก.ค. 65 ตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจะมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75 – 1.00 % สู่ระดับที่ 2.25 – 2.75 % เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อภายหลังตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  โดยล่าสุดตัวเลขเดือน มิ.ย. 65 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ( y-o-y) ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น

▪ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Nord Stream 1 คาดว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการที่ระดับ 30 % ของกำลังการผลิต หลังจากปิดปรับปรุงระหว่างวันที่ 11 – 21 ก.ค. อย่างไรก็ตามสหภาพยุโรปมีความกังวลว่ารัสเซียอาจจะไม่ส่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของยุโรป ทำให้สหภาพยุโรปมีมติเสนอให้ชาติสมาชิกลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ 15 % ในระหว่างเดือน ส.ค. 65 – มี.ค. 66  เทียบกับปริมาณการใช้เฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้า  

▪ ตลาดน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปทานที่ตึงตัว ภายหลังการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน และมกุฏราชกุมาร บิล ซัลมาน ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย ยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้ เนื่องจากซาอุดิอาระเบียกล่าวว่าการเพิ่มกำลังการผลิตนั้นจะต้องมีการหารือภายในประเทศกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตร (OPEC+) และกำลังการผลิตสำรอง (Spare capacity) อยู่ในระดับที่ต่ำ

▪ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังผู้ผลิตปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบ โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรามชาติสำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 15 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 4 แท่นสู่ระดับ756 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ มี.ค. 63 ล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 12.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/65 ซึ่งสูงกว่าปริมาณการผลิตในช่วงปัจจุบันที่11.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

▪ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในจีนยังคงรุนแรง หลังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดจากการรายงานพบผู้ติดเชื้อสูงกว่า 1,000 ราย เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน พ.ค. ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจจะประกาศล๊อกดาวน์ครั้งใหม่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งมีผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจ โดยล่าสุดสถาบันการเงินหลายแห่งปรับลดตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 3.4 % ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 5.5 % ขณะเดียวกันจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

▪ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 15 ก.ค. ปรับลดลง 0.78 ล้านบาร์เรล มากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับตัวลดลง 0.26 ล้านบาร์เรล โดยคาดว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะยังคงลดลงต่อเนื่องจากปริมาณความต้องการน้ำมันดิบที่เพิ่มมากขึ้น

▪ เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. 65 คาดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และตัวเลขจีดีพีของเยอรมนีและญี่ปุ่น 

ทั้งนี้ ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 90-100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนน้ำมันดินเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 98 – 108 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 18-22 .. 65 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 7.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 94.70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับลดลง 5.94 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 103.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 102.55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงสนับสนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ดึงดูดผู้ที่ถือเงินสกุลอื่นมีความสนใจลงทุนในสัญญาน้ำมันดิบมากขึ้น กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบไม่ได้คำมั่นชัดเจนว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตภายหลังการเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน และความกังวลต่อการหยุดส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียผ่านทางท่อ Nord Stream 1 ภายหลังสิ้นสุดการซ่อมบำรุงในวันที่ 21 ก.ค. 65