“ราช กรุ๊ป” โชว์ผลงาน 9 เดือน กำไร 4,755 ลบ.

ผู้ชมทั้งหมด 382 

ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรก ปี 2566 กำไร 4,755 ล้านบาท เติบโต 1,182 ล้านบาท EBITDA แตะ 11,128 ล้านบาท รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าที่ซื้อกิจการมาจากเน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์ยี และผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ปรับตัวดีขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า จำนวน 39,196 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 96 ของรายได้รวม และรายได้จากธุรกิจนอกภาคผลิตไฟฟ้า (Non-Power) จำนวน 1,585 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้รวม ในงวดนี้รายได้ที่รับรู้จากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ เป็นจำนวน 4,127 ล้านบาท ได้แก่ โรงไฟฟ้าราช เอ็นเนอร์จี ระยอง 98 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมลินคอล์น แก็ป 1&2 และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสแนปเปอร์ พอยท์ ในออสเตรเลีย กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 212 เมกะวัตต์ และ 154 เมกะวัตต์ ตามลำดับ อีกทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำค็อคซาน และซองเกียง 2 ในเวียดนาม กำลังการผลิตตามการถือหุ้น 17.37 เมกะวัตต์ และ 17.10 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ซึ่งได้เข้ามาช่วยเสริมหนุนให้ผลประกอบการบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าการลงทุนโครงการใหม่ๆ ที่อยู่ในแผนงาน รวมถึงบริหารสินทรัพย์ และต้นทุนค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความมั่นคงของรายได้และให้บรรลุเป้าหมาย EBITDA เติบโตถึง 12,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ผลักดันการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าที่ลงทุนแล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตตามการถือหุ้นรวม 2,918.23 เมกะวัตต์ ให้ก้าวหน้าและแล้วเสร็จเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนด ล่าสุดโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน ในเวียดนาม กำลังการผลิตตามการถือหุ้น 15.16 เมกะวัตต์ ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู ได้เริ่มเปิดให้บริการบางส่วน โครงการผลิตชีวมวลอัดแท่ง ในสปป. ลาว กำหนดจะเริ่มการผลิตในปลายปีนี้

สำหรับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลหรือ ESG ยังคงเดินตามกลยุทธ์ความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2593

สำหรับ ผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2566 จำแนกรายได้ตามประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย รายได้จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล จำนวน 33,609 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 82 ของรายได้รวม รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จำนวน 5,587 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14 และรายได้จากธุรกิจ Non-Power จำนวน 1,585 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4  ขณะที่ EBITDA ของบริษัทฯ มีจำนวน 11,128 ล้านบาท และกำไรสุทธิ จำนวน 4,755 ล้านบาท