“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่ จ.สงขลาเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม  

ผู้ชมทั้งหมด 548 

ศักดิ์สยามนำทัพผู้บริหารคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดสงขลา ย้ำทุกโครงการประชาชนต้องปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกระทรวงคมนาคม  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคมพื้นที่จังหวัดสงขลาให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการสำคัญว่า  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างครอบคลุมทุกมิติทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านโครงข่ายคมนาคมในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ของคนในพื้นที่ รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่ง และการแก้ไขปัญหาจราจร 

โดยการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลาครั้งนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม ดังนี้ 1.มิติด้านการพัฒนาทางถนน ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมระหว่าง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ความยาว 7,000 เมตร เชื่อมต่อถนนสายหลักระหว่างถนนเพชรเกษม (ทล.4) กับถนนทางหลวงหมายเลข 408 ช่วยลดระยะทางการเดินทางระหว่างจังหวัดจาก 80 กิโลเมตร(กม.) ให้เหลือประมาณ 7 กม. และสามารถใช้เป็นเส้นทางอพยพประชาชนหากเกิดภัยพิบัติได้ รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา โดยปัจจุบันผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 66 และจะให้เปิดบริการได้ในปี 69

อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมยังมีโครงการพัฒนาทางถนนสำคัญในพื้นที่จังหวัดสงขลา เช่น การพัฒนาโครงข่ายทางหลวง ทล. 42 บ้านคลองแงะ – จุดผ่านแดนสุไหงโก-ลก ตอนบ้านโตนนท์ – บ้านลำชิง ระยะทาง 10.72 กม. รวมทั้งแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในอนาคตกว่า 113 กม. โครงข่ายทางหลวงชนบท เช่น ถนนสาย สข.4009 แยกทล.4083 – บ้านกระแสสินธุ์ จ.สงขลา สนับสุนนการท่องเที่ยวชายทะเลชายฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย (Thailand Rivera) และบริเวณรอบทะเลสาบสงขลา กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 66 โครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนการท่องเที่ยว 

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการศึกษาแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง(MR-MAP) ที่ประกอบไปด้วยถนนมอเตอร์เวย์และทางรถไฟอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย ส่งเสริมการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง มีเส้นทางสำคัญผ่านพื้นที่จังหวัดสงขลาคือ MR 1 ช่วงเชียงราย – นราธิวาส พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทเชื่อมโยงสถานีขนส่งผู้โดยสารไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ พื้นที่ตัวเมือง อำเภอต่าง ๆ และจังหวัดใกล้เคียง ให้มีความครอบคลุมเป็นโครงข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในการบริการประชาชนเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย

2.มิติการพัฒนาระบบราง กระทรวงคมนาคมดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งทางรางเพื่อสนับสนุนการขนส่งทางรางที่มีความปลอดภัยให้เป็นระบบขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าหลักของประเทศ โดยมีแผนพัฒนารถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้ มีเส้นทางในแผนระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง 993 กม. แผนระยะกลางที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี มีเส้นทางสำคัญผ่านพื้นที่ จ.สงขลา ได้แก่ 1. สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 339 กม. 2. หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 48 กม. 

3.มิติการพัฒนาทางน้ำ ในการพัฒนาทางน้ำพื้นที่จังหวัดสงขลาที่สำคัญ เช่น ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในปี 64 ที่ผ่านมา สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง รักษาวิถีชีวิตการประกอบอาชีพประมง และส่งเสริมการท่องเที่ยว โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเล จำนวน 11 ร่องน้ำ เพื่อป้องกันการกัดเซาะ ลดปัญหาอุทกภัยระดับรุนแรง โดยมีแผนดำเนินการแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2565 โครงการในอนาคต เช่น โครงการขุดลอกร่องน้ำสงขลา (ร่องนอก) ซึ่งเป็นร่องน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้าเพื่อเข้าเทียบท่าท่าเรือสงขลา โดยอยู่ระหว่างจัดทำแบบ และการก่อสร้างขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง

4.มิติการพัฒนาทางอากาศ ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งมีขีดความสามารถ ในการรองรับผู้โดยสาร 2.5 ล้านคนต่อปี มีแผนการพัฒนา เช่น ขยายลานจอดรถ ก่อสร้างอาคารจอดรถอาคารผู้โดยสาร อาคารคลังสินค้าหลังใหม่ รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บทกำหนดระยะเวลาโครงการ 

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ตนได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินงานก่อสร้างทุกโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก รวมทั้งความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และดำเนินการตามมาตรการและแนวปฏิบัติระยะยาวสำหรับโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด รวมถึงสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และความคิดเห็นขององค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำโครงการและงบประมาณลงพื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด 

พร้อมเน้นย้ำให้การดำเนินงานในทุกส่วน โดยเฉพาะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงจัดทำ checklist เพื่อติดตามการขับเคลื่อนการเบิกจ่ายงบประมาณในปี พ.ศ. 2566 ให้เป็นไปตามแผนงาน และให้ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับข้อมูล การดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมให้ทันสมัย และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายต่อไป