![]()
สร.กฟผ. แจงปมยื่นหนังสือหารือ “อรรถวิชช์” ยันหนุนกฟผ.เพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าเป็นร้อยละ 51 พร้อมย้ำจุดยืนไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอรรถวิชช์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เกี่ยวกับประเด็นที่มีการใช้ถ้อยคำต่อสื่อว่า “กฟผ. เสมือนเสือนอนกิน…” และได้มีการพูดคุย โดยทาง สส.อรรถวิชช์ ได้อธิบายว่าเสือนอนกินที่กล่าวนั้น ตนหมายถึง กฟผ. เปรียบเหมือนเสือที่ถูกล่ามโซ่ไว้ไม่สามารถออกหากินเองได้ ต้องปลดโซ่ที่พันธนาการไว้ โดยตนมีแนวคิดที่จะให้ กฟผ. มีสัดส่วนการผลิตที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 51 ซึ่งทาง สร.กฟผ. เห็นว่าหากเป็นเช่นที่ว่านั้นก็เป็นไปตามนโยบายของ สร.กฟผ. ที่ผลักดัน และยินดีสนับสนุนในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อ กฟผ. ประเทศชาติ ประชาชน และมีมติให้ขับเคลื่อนตามที่ปรากฏภาพในสื่อที่ยกมือ
นอกจากนี้ในการพูดคุยทาง สส.อรรถวิชช์ได้มีการกล่าวถึงการที่ตนจะเสนอให้นำหลักการ Public Service Obligation (PSO) มาใช้เพื่อมารับภาระในส่วนของไฟทาง ทาง สร.กฟผ. เห็นว่าเป็นเรื่องนโยบายรัฐแต่ต้องไม่กระทบต่องบประมาณในการลงทุน สภาพคล่อง และการดำเนินงานในส่วนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดีควรแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้ถูกที่ถูกจุดว่าใครควรเป็นผู้รับภาระส่วนใด
สส.อรรถวิชช์ ยังได้กล่าวถึงการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทาง สร.กฟผ. ได้แสดงความคิดเห็นว่า ที่มาของ กกพ. ก็มาจากรัฐและเกิดขึ้นตามกฎหมายจึงเป็นหน้าที่ของรัฐและฝ่ายนิติบัญญัติในการดำเนินการ สร.กฟผ. ไม่มีอำนาจหน้าที่ใดและมุ่งเน้นในเรื่องของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ Power Development Plan (PDP) ที่ควรไปดู และสร.กฟผ. กำลังติดตามเพราะเป็นสิ่งที่จะชี้ทิศทางว่าจะเพิ่มสัดส่วนให้แก่ กฟผ. หรือยังคงให้เอกชนผูกขาดส่วนใด
อย่างไรก็ดี สร.กฟผ. ยังคงติดตามในนโยบายแนวคิดพร้อมสนับสนุนในสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ประเทศชาติและประชาชน พร้อมยืนยันว่า สร.กฟผ. มิใช่เครื่องมือของใครหรือกลุ่มบุคคลใด และยังคงติดตามในเรื่องต่างๆ ต่อไป