“สุริยะ” สั่งทช.เร่งสร้างเครือข่ายถนนสายรองเชื่อมทางหลวง

ผู้ชมทั้งหมด 333 

สุริยะ” สั่ง ทชเร่งสร้างเครือข่ายถนนสายรองเชื่อมสายหลักทางหลวง อำนวยความสะดวกขนส่งสินค้าเกษตรเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ตั้งเป้าหน่วยงานในสังกัดคมนาคมเบิกจ่ายงบฯ67 ให้ได้100%

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทางหลวงชนบท(ทช.) ครบรอบ 21 ปี และมอบนโยบายในการดำเนินงานแก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ทช. ว่า เมื่อ 21 ปีที่แล้วในวันที่เริ่มก่อตั้ง ทช. จำได้ว่าในขณะนั้นตนเป็นรมว.คมนาคมอยู่ และในวันนี้ตนกลับมาเป็นรมว.คมนาคมอีกครั้ง จึงอยากมอบนโยบายให้กับ ทช. ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงาน ใน 3 ด้าน ดังนี้ 1. ทช.ต้องพัฒนาและสร้างเครือข่ายถนนสายรองเชื่อมโยงกับถนนสายหลักของกรมทางหลวง(ทล.) เพื่อเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ให้ประชาชนสามารถนำพืชผลการเกษตรไปสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้อย่างสะดวก รวมถึงพัฒนาถนนสายรอง เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ และเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้ ในการพัฒนาจะต้องคำนึงถึง ความสะดวก และความปลอดภัย ให้เกิดแก่ผู้ใช้เส้นทางของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

2. เน้นมาตรฐานการออกแบบ และมาตรฐานการก่อสร้าง ต้องมีการกำกับควบคุมให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของทช. ที่จะต้องพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร การทาสีตีเส้น ป้ายสะท้อนแสงต่าง ๆ ต้องดูแลบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดี ทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้อย่างมั่นใจทั้งในกลางวันและกลางคืน ทั้งในสภาพอากาศที่ดีและในเวลาทัศนวิสัยไม่ดีมีฝนตกหนัก

3. เน้นเรื่องการบริหารการเบิกจ่ายงบประมาณ การบริหารสัญญาของโครงการต่าง ๆ ให้วางแผนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามแผนในขั้นปฏิบัติ โดยเฉพาะโครงการในงบประมาณปี 67 ซึ่งมีระยะเวลาการทำงานที่สั้นลง ดังนั้น การบริหารงานต้องมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานอันดับที่ 1 ที่เบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 66 ได้กว่า 97% และตั้งเป้าว่า ในปีงบฯ 67 จะสามารถเบิกจ่ายงบฯ 100% ขณะที่ ทช. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการเบิกจ่ายงบฯ ได้ตามเป้าหมาย โดยในปีงบฯ 66 ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 47,108.9146 ล้านบาท  สิ้นปีงบประมาณ(ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.66)เบิกจ่ายไปแล้ว 42,606.6463 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90.44%

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ ทช.อำนวยความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชนในสถานการณ์อุทกภัย เร่งจัดการซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมให้เสร็จเรียบร้อย หากความจำเป็นเร่งด่วน และงบประมาณไม่พอ ให้เสนอของบฯกลางไปใช้ดำเนินการฟื้นฟู ขที่สำคัญขอให้บุคลากรของ ทช. ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการพัฒนาเส้นทางนำความเจริญสู่ท้องถิ่น เชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางทั่วประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญ มั่นคงและสร้างความสุขให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน