อินโนบิกฯ ทุ่มงบลงทุนปี66 กว่า 1 พันลบ. เดินหน้าขยายธุรกิจ

ผู้ชมทั้งหมด 567 

อินโนบิกฯ วางงบลงทุนปี 2566 กว่า 1,000 ล้านบาท ไม่รวมแผน M&A เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมปรับแผนตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็ง ขณะที่ มิ.ย.นี้ เตรียมเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงงานผลิตโปรตีนจากพืช ขนาด 3,000 ตันต่อปีในไทย

นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริษัท อินโนบิก(เอเซีย) จำกัด  เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของ อินโนบิกฯ ในปี 2566 ยังเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการผลักดันจัดตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็ง ที่เป็นโครงการการร่วมทุนกับองค์การเภสัชกรรม ภายใต้งบลงทุนรวมปี 2566 กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมการซื้อกิจการ(M&A)

โดยในเร็วๆนี้ บริษัท อินโนบิก นูทริชั่น จำกัด(INNT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ อินโนบิกฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจโภชนาการ (Nutrition) ทั้งในส่วนของโภชนเภสัช (Nutraceutical) ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโภชนาการอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ตามอายุ เพศ หรือความต้องการด้านโภชนาการ รวมถึงเพื่อป้องกันโรค และในส่วนของโภชนาการทางการแพทย์ (Medical Nutrition) สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการดูแลด้านโภชนาการนั้น ทาง INNT จะมีการออกวางตลาดผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารเสริมและโภชนาการทางการแพทย์ภายใต้แบรนด์ตัวเอง โดยเป็นความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์จากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ สอดรับคอนเซ็ปท์ Uplift Local Innovation อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาดอาหารเสริมและฟู้ดส์นั้น ถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าธุรกิจยา

ขณะที่ ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่า การจัดตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช(Plant based) ในไทย กำลังผลิต 3,000 ตันต่อปี จะสามารถเดินเครื่องการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งโรงงานนี้ อินโนบิกฯ ได้ร่วมทุนกับ “โนฟ ฟู้ดส์” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (NRPT) เพื่อรุกธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช โดยNRPT ได้จับมือกับ  บริษัท แพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศอังกฤษ ตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชในไทย

“อินโนบิกฯ ยังไม่มีแผนเข้าซื้อกิจการ(M&A) ธุรกิจยาขนาดใหญ่เหมือนเมื่อ 2ปีก่อน ที่ทยอยซื้อหุ้นในบริษัท Lotus Pharmaceutical ในไต้หวัน ที่ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการคิดค้นพัฒนา (R&D) ผลิตและจำหน่ายยา จนปัจจุบันถืออินโนบิกฯ ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 37%ในบริษัท Lotus Pharmaceutical และ  60%ใน Adalvo บริษัทชั้นนำด้านการซื้อขายยาและสิทธิบัตรที่มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่ง อินโนบิกฯ ใช้เงินลงทุนไปแล้วเกือบ 2 หมื่นล้านบาท”

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็ง ภายใต้ความร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการปรับรูปแบบโครงการ ซึ่งมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนเป็นการผลิตยารักษามะเร็งเฉพาะชีววัตถุ แบบพุ่งเป้า ซึ่งจะไม่ได้ผลิตยารักษามะเร็งแบบเคมีที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาทางเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตให้เหมาะสมทั้งจากยุโรปและอินเดีย

อย่างไรก็ตาม โครงการฯดังกล่าว ยังต้องรอความเห็นชอบจากบอร์ดองค์การเภสัชฯก่อน จากนั้น จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงาน รวมถึงเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตฯต่อไป เบื้องต้นคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการผลิตเชิงพาณิชย์

นายบุรณิน กล่าวอีกว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของอินโนบิกฯ ในปี 2565 ถือเป็นปีที่ดี ทั้งในด้านผลประกอบการและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยอินโนบิกฯ มีกำไรสุทธิกว่าร้อยล้านบาท เป็นกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Lotus Pharmaceutical ที่เติบโตมาก ซึ่งในช่วง 9เดือนแรกปี2565 Lotus Pharmaceutical มีกำไรสุทธิประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากได้ขยายธุรกิจเข้าไปทำตลาดยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวในสหรัฐฯ จากก่อนหน้านี้ทำตลาดแค่ในยุโรป