เก็บตก! Gastech 2026 บิ๊กพลังงานไทย PTT-EGAT-GULF-EGCO-BGRIM-BANPU-RATCH เร่งขยายพอร์ตพลังงานสะอาด

Loading

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน Gastech 2026 เวทีประชุมและนิทรรศการพลังงานระดับโลก ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน ได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโอกาสการลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทย โดยมีบริษัทพลังงานชั้นนำเข้าร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

ในงานนี้สำนักข่าวเท็น นิวส์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทพลังงานแถวหน้าของไทยบนเวทีระดับโลกอย่างงานGastech 2026 นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Gastech 2026เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานครอบคลุม 7 ประเทศ พร้อมใช้เป็นเวทีเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

การได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย โดยเอ็กโก กรุ๊ป ชูจุดแข็งการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ซึ่งยังคงมีความต้องการใช้งานพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในระดับสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนในโครงการใหม่ (Greenfield) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันในประเทศไทย บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้ได้รับใบอนุญาต (License) นำเข้า LNG เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าในกลุ่มที่มีอยู่เดิม

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) BANPU กล่าวว่า การจัดงาน Gastech 2026 ในประเทศไทยถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมแก๊สและ LNG ซึ่งเปิดโอกาสให้บ้านปูได้แสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ แม้การเข้าร่วมงานในครั้งนี้จะไม่ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) แต่ถือเป็นการเปิดตัวธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบ้านปูให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ งาน Gastech 2026 ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายโอกาสในธุรกิจส่งออกก๊าซธรรมชาติในรูปของ LNG จาก สหรัฐอเมริกากลับมายังภูมิภาคเอเชีย โดยบริษัทมองว่าจุดแข็งสำคัญคือการมีความยืดหยุ่นสูงในการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ทั้งการจำหน่ายภายในประเทศของสหรัฐฯ และการส่งออกมายังเอเชีย

สำหรับฐานการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน บ้านปูมีธุรกิจแก๊สธรรมชาติในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (1 BCF ต่อวัน) และกำลังพิจารณาแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติม พร้อมทั้งดำเนินโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) ซึ่งปัจจุบันกักเก็บคาร์บอนได้แล้วราว 300,000 ตัน และตั้งเป้าจะขยายเป็น 1.5 ล้านตัน ภายใน 1–2 ปีข้างหน้า การกักเก็บคาร์บอนดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนก๊าซธรรมชาติให้เป็นก๊าซสีเขียว หรือ Carbon-Sequestered Gas (CSG) ซึ่งมีคาร์บอนเครดิตติดอยู่ เพื่อช่วยตอบโจทย์ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอน  (Decarbonization)

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้า ร่วมงาน Gastech 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and  Green ของบี.กริมฯ ซึ่งมุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจพลังงานในระดับสากล ควบคู่กับการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้มีความหลากหลาย ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ผ่านการผลิตไฟฟ้าคุณภาพสูงที่มีความพร้อมจ่ายและมีเสถียรภาพ รวมถึงการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับไฮไลต์สำคัญของการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ คือ การลงนามสัญญาความร่วมมือเชิงพาณิชย์ร่วมกับ GE (General Electric) ในการดูแลและซ่อมบำรุงแก๊สเทอร์ไบน์ (Gas Turbine) สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ณ นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี เป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน 15 ปี โดยพิธีลงนามดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้แทนภาครัฐสหรัฐอเมริกา  

นอกจากนี้ บี.กริม ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ในฐานะ “เจ้าภาพที่ดี” พร้อมเปรียบเทียบกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับสากลอย่างโอลิมปิกที่ไมตรีจิตและความประทับใจในฐานะเจ้าภาพที่ดีจะอยู่ในความทรงจำของผู้คนอย่างยั่งยืน ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าจำนวนเหรียญรางวัล

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH กล่าวว่า จากการเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์แบบ Gas-to-Power ร่วมกับพันธมิตรระดับสากล พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับประสิทธิภาพองค์กรและโรงไฟฟ้า ควบคู่การเตรียมความพร้อมด้าน Green Ammonia, SMR และ Solar + Battery Storage เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานรองรับแผน PDP และเป้าหมาย Carbon Neutrality

การที่กระทรวงพลังงานดึงงานระดับโลกอย่าง Gastech มาจัดในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเครือข่ายธุรกิจพลังงาน โดย ราช กรุ๊ป ได้ใช้เวทีนี้เจรจาธุรกิจกับพันธมิตร  ต่างประเทศ เช่น การพบปะผู้บริหารระดับสูงของ PT Medco Power Indonesia (MPI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต

ขณะเดียวกันในช่วงของงาน Gastech 2026 ที่ผ่านมา ราช กรุ๊ป ได้มอบหมายให้ทีมงานด้าน Transformation เข้าประชุมและรับฟังวิสัยทัศน์ เพื่อศึกษารูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการนำ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัจฉริยะมาปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจใหม่ในอนาคต

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวย้ำว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงาน Gastech 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจระดับโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน แม้โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แต่ ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI

ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังผลิตไฟฟ้า โครงข่ายพลังงาน และพลังงานสะอาดควบคู่กัน พร้อมมองว่าภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งในเรื่อง Zoning สำหรับ Data Center และมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้การลงทุนด้านดิจิทัลที่เข้ามาในประเทศสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ

อีก 2 หน่วยงานที่ต้องพูดถึง คือ กระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของไทย และเป็นเจ้าภาพร่วมและผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน Gastech 2026 ซึ่งประสบความสำเร็จมากในการจัดงานในครั้งนี้ โดยตลอดการจัดงานระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) มีผู้เข้าร่วมงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 59,468 คน จากกว่า 150 ประเทศ

พร้อมกันนี้ ภายในงานได้มีการประกาศความร่วมมือทั้งรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) สัญญาซื้อขาย และการลงทุน คิดเป็นมูลค่าราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้งการจัดหาพลังงาน การผลิตไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะพื้นที่เจรจาธุรกิจและการลงทุนด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ในระยะต่อไป

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวย้ำว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และบริบทการค้าโลกที่ยากต่อการคาดการณ์ ปตท. ในบทบาททั้งรัฐวิสาหกิจและบริษัทจดทะเบียนไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการรักษาการเติบโตของธุรกิจและการดูแลผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ภายใต้หลักสมดุลด้านพลังงาน 3 มิติ หรือ Energy Trilemma ทั้ง 3 มิติประกอบด้วย ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ราคาพลังงานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้และภาคธุรกิจยังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขัน (Affordability and Competitiveness) และความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งทุกมิติจำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามปตท. มองว่า ก๊าซธรรมชาติและ LNG จะมีบทบาทในฐานะ Destination Fuel ของระบบพลังงานระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยเสริมความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า และเอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบได้อย่างมั่นคง

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบพลังงานที่ “มั่นคง ยืดหยุ่น และมีต้นทุนเหมาะสม” โดย LNG ยังคงมีบทบาทสำคัญ ควบคู่กับการกระจายแหล่งจัดหา การบริหารสัญญาที่ยืดหยุ่นการใช้พลังงานที่หลากหลาย และการส่งเสริมความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและรับมือกับความผันผวนของตลาดในอนาคต

ขณะเดียวกันการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในงาน Gastech 2026 ยังได้ลงนามความตกลงรับทุนสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโครงการโรงไฟฟ้า SMR องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) การสนับสนุนครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับประเทศไทย ในการประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR โดย กฟผ. ให้ความสำคัญกับโอกาสในการเรียนรู้จากนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของสหรัฐ ฯ พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้งาน Gastech 2027 มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2570 ณ เมืองฮุสตัน สหรัฐอเมริกา โดยยังคงเดินหน้าผลักดันความร่วมมือและการลงทุนที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนความแข็งแกร่งทางพลังงานของสหรัฐอเมริกา ให้กลายเป็นความมั่นคงด้านอุปทานและการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก