![]()
ก.มหาดไทย เตรียมเสนอ ครม. 27 ต.ค. นี้ หนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ “เอกนิติ” ดันผลิตไฟฟ้าใช้เอง–ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระค่าไฟประชาชน จ่อรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 หวังเพิ่มส่วนต่างราคาจูงใจผู้ใช้น้ำมัน ลดพึ่งพานำเข้า
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (27 ตุลาคม 2569) หลังคณะกรรมการกลั่นกรองที่กระทรวงการคลัง พิจารณาเห็นชอบแล้ว โดยมีแนวทางสนับสนุนค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบ
โครงการดังกล่าวมีแนวทางสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งบนหลังคาบ้าน พื้นดิน และบนบ่อน้ำในรูปแบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างหลังคาสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยประชาชนจะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ภายในครัวเรือน และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าภายใต้หลักเกณฑ์ที่จะกำหนดต่อไป
สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน มีแนวทางให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service เพื่อดูแลขั้นตอนการติดตั้ง การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนเปิดลงทะเบียนภายหลังการเสนอเรื่องต่อ ครม. ทั้งนี้ ต้องรอผลการพิจารณาและประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการก่อน
สำหรับประชาชนที่มีเงินลงทุน รัฐบาลมีแนวทางสมทบค่าติดตั้งให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่มีเงินก้อน เตรียมประสานธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีแนวทางให้นำรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินมาชำระคืนเงินกู้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาเห็นชอบแนวทางสนับสนุนเงินกู้สำหรับ กฟน. และ กฟภ. เพื่อปรับเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นสมาร์ตมิเตอร์ รองรับการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากครัวเรือนเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการยกระดับระบบโครงข่ายและสายส่งไฟฟ้าตามข้อเสนอของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อรองรับการขยายตัวของพลังงานสะอาดในระยะยาว
ทั้งนี้ นายเอกนิติยังได้กล่าวถึงมาตรการภาษีของกรมสรรพากรสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ซึ่งเปิดให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายในการซื้อและติดตั้งมาหักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษีตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเป็นมาตรการแยกต่างหากจากข้อเสนอสนับสนุนค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท ทั้งนี้ การใช้สิทธิร่วมกันต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด
นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังมีแนวทางพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 ให้มีส่วนต่างราคาที่จูงใจประชาชน โดยมุ่งลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลังงานทดแทน ส่วนข้อเสนอให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เงินเพิ่มเติม ยังต้องหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยจะพิจารณาความเหมาะสมของต้นทุนภาครัฐและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในระยะยาว
“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีทางเลือกในการลดค่าไฟฟ้าและเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น การสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ควบคู่กับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการเปิดโอกาสให้ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ครัวเรือน ขณะเดียวกันยังช่วยลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าของประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม โครงการสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ ยังอยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 จึงยังไม่ถือว่าได้รับอนุมัติหรือเปิดรับลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติผู้มีสิทธิ ช่องทางลงทะเบียน เงื่อนไขสินเชื่อ และการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินภายหลังมีผลการพิจารณาที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงมาตรการได้อย่างถูกต้องและทั่วถึง