“เอกนัฏ” หนุน กรมเชื้อเพลิงฯ ชง ครม.เร่งรัดเปิดสำรวจปิโตรเลียม ครั้งที่ 25,26 เสริมมั่นคงพลังงาน

Loading

“รมว.พลังงาน” ตรวจเยี่ยมกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ลั่นพร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแผนยุทธ์ศาสตร์ฯ จ่อชง ครม.ไฟเขียวเปิดสำรวจปิโตรเลียม ครั้งที่ 25 ในปีนี้ และเตรียมเปิดฯ ครั้งที่ 26 (ฝั่นอันดามัน) ต่อ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน

วันนี้ (วันที่ 30 เมษายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและรับฟังรายงานแผนยุทธศาสตร์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) โดยมี นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมพิสุทธิ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ชั้น 21 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานของประเทศ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ต้นน้ำ) โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าในการสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ผ่านภารกิจสำคัญ ดังนี้:

1. ยกระดับความมั่นคงพลังงาน: เร่งรัดการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ที่มีศักยภาพแปลงสำรวจบนบก (ครั้งที่ 25) และการเตรียมการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอันดามัน (ครั้งที่ 26) เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศในระยะยาว โดยอยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะสามารถให้สัมปทานปิโตรเลียมสำหรับแหล่งบนบนกครั้งที่ 25 ได้ภายในปี 2569

2. เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งผลิตเดิม: เดินหน้าส่งเสริมการผลิตปิโตรเลียมในแหล่งที่ดำเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพทั้งแหล่งผลิตในประเทศและแหล่งที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทย มาเลเซีย

3. ขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดสู่ Net Zero: เร่งผลักดันโครงการพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Carbon Capture and Storage : CCS) ได้แก่ โครงการศึกษาและพิสูจน์ทราบศักยภาพ ในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินทางธรณีวิทยาในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และโครงการนำร่องดักจับและกักเก็บ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์(Arthit CCS Project) โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเข้มข้นเพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และนำประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

4. พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หน่วยงานสร้างรายได้หลักให้ประเทศอันดับ 4: กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีภารกิจหลัก คือ การกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย นอกจากการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศแล้ว ยังมีส่วนในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอันดับ 4 เป็นรายได้ให้รัฐ เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น และประเทศในด้านต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ในช่วงท้ายของการตรวจเยี่ยม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับทราบแผนยุทธศาสตร์และแนวทางการดำเนินงานตามที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาตินำเสนอ พร้อมเตรียมผลักดันการดำเนินงานตามนโยบายของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในทุกมิติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดูแลเสถียรภาพด้านการจัดหาพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป