![]()
กกพ. ตั้งเป้า สิ้นปี2568 ประกาศ “อัตราค่าบริการ TPA” โครงการนำร่อง Direct PPA เฟส 1 และอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว “UGT2” คาดเริ่มซื้อขายไตรมาส 1 ปี2569 ล่าสุด ร่อนหนังสือถึงเอกชน 64 รายเจรจาขอลดค่าไฟ “โซลาร์บิ๊กล็อต” ลงอีก 1 สตางค์ ตามมติ กพช. แล้ว

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า สำนักงาน กกพ. เตรียมสรุปอัตราค่าบริการการใช้และเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access : TPA) สำหรับโครงการนำร่องซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct PPA)” เพื่อนำเสนอ บอร์ด กกพ. พิจารณาในสัปดาห์หน้า หลังจากได้ออกประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. เสร็จสิ้นในวันที่ 10 พ.ย. 2568
จากนั้น เมื่อผ่านการพิจารณาของบอร์ด กกพ.แล้ว จะนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานฯ พิจารณาต่อไป
“ปลายปีนี้ เรื่องของ Direct PPA คงจะได้ข้อสรุป เพราะหลักเกณฑ์ก็มีแล้ว ทางเทคนิคก็เตรียมแล้ว อัตราค่าบริการTPA ก็กำลังจะสรุป ภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ต้องได้อัตราชัดเจน และหากดูจากนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ก็ต้องทำทุกอย่างให้เร็ว ซึ่งตามมติ กพช. กำหนดให้ Direct PPA เฟส 1 เริ่มที่กลุ่มธุรกิจ Data Center โดยให้เป็นการนำร่องดำเนินการที่ปริมาณไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ ก็ต้องทำงานร่วมกับ BOI ที่จะเปิดรับลงทะเบียนยื่นขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนกับกลุ่มธุรกิจ Data Center และร่วมมือกับ กฟภ.และกฟผ.ที่จะขยายสายส่งรองรับรวมถึง กฟน.ที่จะคาบเกี่ยวในบางพื้นที่ คาดว่า ม.ค.- ก.พ. ปีหน้า (ปี2569) ก็น่าจะเห็นรายชื่อของธุรกิจ Data Center ที่จะมาใช้บริการในรูปแบบ Direct PPA”
สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือ โครงการ “โซลาร์บิ๊กล็อต” (RE Big Lot) รอบที่ 2 ที่ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ภาคเอกชนพิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จากที่กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน อยู่ที่อัตรา 2.1679 บาทต่อหน่วย พร้อมมอบหมายให้ กกพ. พิจารณาปรับปรุงกรอบระยะเวลาการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้านั้น
ล่าสุด กกพ.ได้ส่งหนังสือถึงเอกชนครบทั้ง 64 ราย คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ เพื่อขอให้พิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 1 สตางค์ เหลือ 2.1579 บาทต่อหน่วย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอการตอบรับจากภาคเอกชน ซึ่งหากทุกรายพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ก็คาดว่า ขั้นตอนต่อไป ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ก็จะเดินหน้าสู่ขั้นตอนลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป
“ตอนนี้ เราส่งหนังสือแจ้งขอความร่วมมือให้ลดค่าไฟลง 1 สตางค์แล้ว ก็ต้องรอว่าเอกชนแต่ละรายคิดเห็นอย่างไร ซึ่ง กกพ.ก็ตั้งเป้าหมายว่า ภายในสิ้นปีนี้ จะต้องได้ข้อสรุป โดยค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากโครงการนี้ จะไม่มีผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าของประชาชน เพราะเป็นคนละส่วนของการคำนวณค่าไฟฟ้า เนื่องจากเป็นอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดและพร้อมที่จะจ่ายส่วนต่างค่าไฟฟ้าตามกติกาการใช้ไฟฟ้าสะอาด”
สำหรับอัตราค่าไฟฟ้าตามโครงการ “โซลาร์บิ๊กล็อต” (RE Big Lot) รอบที่ 2 นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าแบบเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้า (Utility Green Tariff หรือ เรียกว่า UGT 2) ซึ่งในส่วนของอัตราค่าไฟฟ้า UGT 2 ทาง กกพ.คาดว่า จะประกาศได้ภายในสิ้นปีนี้ และได้ใช้ไฟฟ้า UGT 2 ภายในไตรมาส 1 ปี2569
โดยไฟฟ้าจาก UGT 2 จะมาจาก “โครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565” (เฟสแรก) จำนวน 4,852.26 เมกะวัตต์ ซึ่งนำมาให้บริการกับผู้ที่สนใจซื้อไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้า หรือ ผู้ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด