กทพ. รับมือวิกฤตพลังงานพ่นพิษ สั่งรีวิวราคากลางโครงการทางด่วนใหม่ยกแผง

Loading

กทพ. รับมือวิกฤตพลังงานพ่นพิษ สั่งรีวิวราคากลางโครงการทางด่วนใหม่ยกแผง หลังต้นทุนพุ่งกระฉูดจนราคาเดิมไม่สะท้อนความจริง ยอมรับกระทบแผนงานโครงการกะทู้-ป่าตอง และ N2 ต้องเลื่อนเข้าครม.ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่โครงการพระราม 3-ดาวคะนอง อ่วมค่าโมยางมะตอยดีดตัวสูงขึ้น 2 เท่า

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ส่งหนังสื่อถึงกทพ.ให้พิจารณารายละเอียดราคากลางโครงการลงทุนก่อสร้างทางด่วนของกทพ.ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและสะท้อนกับต้นทุนค่าก่อสร้างในปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยทางกรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการ 2 ส่วนหลัก คือ เพิ่มความยืดหยุ่นในการแก้ไขสัญญาสำหรับโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้วแต่ราคาเดิมไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยอนุญาตให้ผู้รับจ้างสละสิทธิ์ไม่ทำสัญญาได้โดยไม่ถือว่าเป็นผู้ทิ้งงาน และอีกมาตรการคือการปรับราคากลางค่าก่อสร้างใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน

โดยกทพ.จะดำเนินการทบทวนราคากลางใหม่หมดทุกโครงการที่อยู่ในแผนงาน โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษ จังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ และโครงการทางด่วน N2 (ตอน N2 ฉลองรัช-วงแหวนรอบนอก) ที่จะต้องเร่งนำกับมาทบทวนรายละเอียดราคากลางใหม่ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ดังนั้นจะต้องเลื่อนการนำเสนอครม.ออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน จากเดิมที่ต้องนำเสนอต่อครม.ภายในเดือนเมษายนี้  

ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 2 โครงการ คือ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ และโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ ถนนลำลูกกา) นั้นกทพ.ก็จะพิจารณารายละเอียดต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ด้วยเช่นกัน เมื่อได้ข้อสรุปในรายละเอียดมูลค่าโครงการที่ได้รับผลกระทบก็จะเสนอต่อคณะกรรมการการทางฯ และเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมตามแนวทางของกรมบัญชีกลางต่อไป ซึ่งอาจมีการพิจารณาเรื่องค่า K เพื่อชดเชยค่าก่อสร้างตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ แต่ก็คาดว่าจะมีการร้องขอความช่วยเหลือตามมาอย่างแน่นอน  

“จากที่ตนติดตามดูงานของโครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ เริ่มได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดจากงานปูผิวจราจรที่ต้องใช้ยางมะตอยมีราคาสูงขึ้น 2 เท่าตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ผู้รับเหมามีความกังวลว่าจะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ซึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต้องมาดูว่าค่า K ที่มีอยู่เหมาะสมและเป็นธรรมหรือไม่อย่างไรในปัจจุบัน และคงต้องมีการพูดคุยกับผู้รับเหมา ผมเชื่อว่าคงมีหลายมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ”  

นายสุรเชษฐ์  กล่าวว่า แม้ว่าราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการลงทุนของกทพ. ซึ่งปัจจุบันการลงทุนสร้างทางด่วนในแต่ละโครงการของกทพ.นั้นมีส่วนต่างกำไร (Margin) ค่อนข้างน้อยเพียงประมาณ 3-4% แต่ก็ยืนยันว่าหากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่รับได้ กทพ. จะยังคงเดินหน้าโครงการต่อไป เนื่องจากเป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาจราจรและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน