![]()
กทพ. ฟังเสียงเอกชนร่วมลงทุน PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุยมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้าน คาดชง ครม.เคาะภายในสิ้นปีนี้ ก่อนเริ่มสร้างปี 71 เปิดให้บริการปี 76

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่ นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางเข้า–ออกเกาะสมุยมีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงสะพานเพื่อการคมนาคมเท่านั้น แต่เป็นโครงการที่ออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กทพ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน


โดยโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยเป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์มและผ่านอ่าวประทับแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร(กม.)
สำหรับมูลค่าการลงทุนโครงการรวม 74,044 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงการ 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 1,582 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 15.58 และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) ร้อยละ -0.31
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ กทพ.จะสรุปแนวทางการลงทุนPPP ว่าจะเป็นรูปแบบใด ซึางอาจจะใช้รูปแบบเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่รัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา และให้เอกชนลงทุนระบบบริหารจัดการและบำรุงรักษา รวมถึงสรุปรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสนอเข้าบอร์ดกทพ.พิจารณา ก่อนนำเสนอ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. ) อนุมัติโครงการภายในปี69 นี้ คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 71 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 76 นอกจากนี้ในส่วนของอัตราค่าผ่านทาง รถ4 ล้อ 1,000 บาทต่อคัน รถ6-10 ล้อ 2,000 บาท และรถมากกว่า10 ล้อ 3,000 บาท และจะมีการปรับทุก 5 ปี
ส่วนปริมาณการจราจรในปีที่เปิดให้บริการคาดการณ์ว่าจะมี 3,049 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และปริมาณจราจรในปีที่ 30 หรือประมาณปี2606 อยู่ที่ 10,339 คัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางตลอด 30 ปีประมาณ 80,108 ล้านบาท
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนที่เห็นด้วยมากถึงร้อยละ 95 และกทพ.ยืนยันที่จะดำเนินโครงการให้สำเร็จแม้ว่าผลการศึกษาอาจจะระบุว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่เเนื่องจากเป็นโครงการที่มีความสำคัญกับประเทศ และเป็นโครงการที่เชื่อม 3 จังหวัดได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและสงขลาซึ่ง3จังหวัดนี้มีรายได้นำส่งประเทศปีละมากกว่า 200,000 ล้านบาท หากดำเนินโครงการนี้จะส่งผลให้ 3 จังหวัดมีรายได้นำส่งประเทศในอีก 30 ปีข้างหน้าเป็นเงินกว่า 400,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าโครงการนี้มีความยากลำบากเรื่องของเม็ดเงินลงทุนที่ไม่คุ้มทุน จึงอาจนำเรื่องของRest Area (ที่พักริมทาง) มูลค่า 175 ล้านบาท รวมไว้ในการประมูลเป็นแพคเกจเดียวกัน เพื่อจูงใจผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุนด้วย ซึ่งเวลานีีก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักลงทุนค่อนขางดี
นายสุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของปลาโลมาสีชมพูนั้นพบว่าไม่ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเรื่องของประการังที่อยู่ฝั่งทิศใต้ของเกาะสมุย ซึ่งต้องมีการลงทุนเพิ่มประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างสะพานข้ามประการังและในระหว่างการก่อสร้างจะมีการกั้นตะกอนเพื่อไม่ให้กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำอีกด้วย