![]()
กพท. มั่นใจปี 69 การเดินทางด้วยเครื่องบินโตมากกว่า 2% ลุยปฏิรูปอุตสาหกรรมการบินไทย ปลดล็อคเพดานอายุเครื่องบิน คาดมีผลบังคับใช้ก.พ.นี้ ช่วยดึงค่าตั๋วลดลง แนะ AOT ดึงเอกชนร่วมลงทุนขยายลานจอดสนามบินภูเก็ต ดันเปิดบริการ Seaplane บนเกาะกระดาน บินเชิงพาณิชย์ปีนี้
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบินของไทยกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 ปี 2562 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรป อินเดีย ส่วนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงปลายปี 2568 เริ่มกลับมาเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นหลังจากลดน้อยลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2568 ฉะนั้นในปี 2569 คาดว่านักท่องเที่ยวจะเติบโตขึ้น ซึ่งก็จะช่วยผลักดันให้จำนวนผู้โดยสารจะเติบโตขึ้นกว่าปี 2568 โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศยานจะเติบโตสูงกว่า GDP 2%

ขณะเดียวกัน CAAT ยังมุ่งเน้นการแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และการนำเทคโนโลยีรวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อขยายขีดความสามารถของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบัน CAAT ยังได้เตรียมยกเลิกการกำหนดอายุอากาศยานที่จะนำมาจดทะเบียนให้บริการ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ที่ 16 ปีสำหรับเครื่องบินพาณิชย์ 22 ปีสำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้า (Cargo) และ 5 ปีสำหรับเฮลิคอปเตอร์ การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และสิงคโปร์
โดยการกำหนดอายุอากาศยานนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของสายการบินต่างๆ ปัจจุบันหากมีการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ต้องใช้เวลานานถึง 6-7 ปีถึงจะได้เครื่องบินมาให้บริการ ซึ่งส่งให้สายการบินใหม่เกิดยากและเครื่องบินในระบบมีจำกัด ส่งผลให้ค่าโดยสารมีราคาสูง แต่เมื่อมีการยกเลิกการกำหนดอายุอากาศยานนั้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านการบินมีความคล่องตัวในการจัดหาเครื่องบิน มารองรับตลาดอุตสาหกรรมการบินมีความต้องการเครื่องบินสูง ขณะที่ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตเครื่องบินใหม่ได้ทันกับความต้องการ ซึ่งการยกเลิกการกำหนดอายุอากาศยานจะส่งผลให้มีจำนวนเครื่องบินในระบบมากขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสาร และทำให้ราคาค่าโดยสารลดลง
อย่างไรก็ตามปัจจุบันคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมายและข้อบังคับชุดใหม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องตามร่างของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) หลังจากนั้นก็จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงนาม คาดว่ารัฐมนตรีฯ จะลงนามในระเบียบใหม่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และมีผลบังคับใช้ทันที ทั้งนี้หากมีการยกเลิกการกำหนดอายุอากาศยาน CAAT จะดำเนินการตรวจความพร้อมเดินอากาศ (Airworthiness) และคุณภาพความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น

พลอากาศเอก มนัท กล่าวถึงการขยายหลุมจอดเครื่องบินในท่าอากาศยานภูเก็ตว่า เพื่อแก้ปัญหาท่าอากาศยานภูเก็ตเต็มขีดความสามารถในการรองรับเครื่องบิน CAAT ได้เสนอแนวคิดการใช้ที่ดินของเอกชนที่มีพื้นที่ติดกับท่าอากาศยานภูเก็ตกว่า 500 ไร่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อสร้างอาคารผู้โดยสาร และหลุมจอดเครื่องบิน รวมถึงพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้มีการเจรจากับเอกชนแล้ว หากมีการดำเนินการพัฒนา คาดว่าจะเพิ่มหลุมจอดให้กับท่าอากาศยานภูเก็ตได้อีกประมาณ 50 หลุมจอด ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานภูเก็ตในการรองรับปริมาณเครื่องบินได้เพิ่มขึ้น สำหรับแนวทางการร่วมลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดเครื่องบินเพิ่มนั้นอาจให้ AOT เช่าพื้นที่บริหาร แล้วแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ พลอากาศเอก มนัท ยังได้กล่าวถึงการความคืบหน้าโครงการลงทุนเครื่องบินทะเล (Seaplane) ว่า คาดว่าจะเกิดการบินเชิงพาณิชย์ได้ภายในปีนี้ โดยมีพื้นที่นำร่องที่ เกาะกระดาน จังหวัดตรัง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ 2 ราย คือ Siam Seaplane และ Thai Seaplane ซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มแล้วจำนวน 5 ลำ และอยู่ระหว่างดำเนินการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นสำหรับโครงการขนาดเล็ก หรือ IEE จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนพื้นที่อื่นที่ทำการศึกษาเพิ่มเติมก็จะเป็นจังหวัดภูเก็ต แต่ยังไม่ได้กำหนดพื้นที่ที่แน่นอน