![]()
กพท. เตรียมเสนอค่า PSC ให้ “พิพัฒน์” อนุมัติภายใน ม.ค.นี้ อีก 4 เดือนมีผลบังคับใช้ พร้อมแจงปรับค่าธรรมเนียมการเข้า-ออกราชอาณาจักรเป็น 25 บาทต่อคนต่อเที่ยว ย้ำนำมาใช้เป็นเงินหมุนเวียนขององค์กร
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า การปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ปัจจุบันการปรับค่า PSC กพท.อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลของ AOT เพื่อจัดทำร่างหนังสือเสนอปลัดกระทรวงคมนาคม และเสนอให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาลงนามอนุมัติให้ AOT ปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศในอัตรา 1,120 บาทต่อคน จากครั้งละ 730 บาทต่อคน โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมกราคม 2569 และหลังจากนั้นจะมีผลบังคับ อัตราใหม่ในอีก 4 เดือนถัดไป (เพราะต้องมีการแจ้งประชาชนล่วงหน้า 4 เดือนก่อนการบังคับใช้)
ส่วนการปรับอัตราค่าธรรมเนียมการเข้า-ออกราชอาณาจักรของ CAAT นั้นมีแผนปรับอัตราค่าธรรมเนียมการเข้า หรือออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเรียกเก็บจากผู้ดำเนินการเดินอากาศ โดยคำนวณจากจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามายังหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจากอัตราปัจจุบัน 15 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นอัตรา 25 บาทต่อคนต่อเที่ยว ทั้งนี้เพื่อรักษาความสามารถในการดำเนินภารกิจด้านการกำกับดูแลกิจการการบินพลเรือนของประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องและให้สอดคล้องกับสภาพต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
CAAT เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่แสวงหากำไร มีหน้าที่กำกับ ดูแล ควบคุม ส่งเสริมและพัฒนากิจการการบินพลเรือนของประเทศไทย โดยไม่ได้พึ่งพางบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล รายได้หลักขององค์กรตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมามาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้า–ออกนอกราชอาณาจักรเป็นหลัก โดยนำมาใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร โดยเฉพาะตามภารกิจหลักในการนำพาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยเข้าสู่สากล ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานด้านการกำกับดูแล ด้านระบบและอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงการบิน รวมทั้งการดูแลพนักงานกว่า 600 คน เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้มีส่วนร่วมในด้านต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมการบิน
ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันที่อัตรา 15 บาทต่อคนต่อเที่ยว เป็นอัตราที่จัดเก็บตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กรซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว เป็นอัตราที่ไม่สะท้อนสภาพต้นทุนที่ได้เปลี่ยนแปลงไป การปรับอัตราค่าธรรมเนียมเป็น 25 บาทต่อคนต่อเที่ยว จึงเป็นการช่วยให้องค์กรมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ดังได้กล่าวมาได้อย่างราบรื่นและเหมาะสม เพื่อคงสถานะการทำงานขององค์กรและรักษามาตรฐานการกำกับดูแลด้านการบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตามกฎหมาย CAAT มีอำนาจในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ถึง 4 รายการ
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา CAAT เลือกจัดเก็บเพียงค่าธรรมเนียมการเข้า–ออกนอกราชอาณาจักรเพียงรายการเดียว และยังไม่มีนโยบายจัดเก็บค่าธรรมเนียมอื่นที่สามารถเรียกเก็บได้อีก 3 รายการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการทำการบิน ค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าทางอากาศ และค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เนื่องจากเห็นว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจถูกผลักภาระไปยังผู้โดยสารผ่านราคาบัตรโดยสารในท้ายที่สุด
“การปรับอัตราค่าธรรมเนียมในครั้งนี้จึงเป็นการปรับเฉพาะในส่วนที่จำเป็นจริง และเป็นไปตามหลักการที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการดำเนินงาน เพื่อให้ CAAT สามารถปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลกิจการการบินพลเรือนของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินและผู้โดยสารเป็นสำคัญ” พลอากาศเอก มนัท กล่าว