กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โชว์รายได้รัฐจากกิจการปิโตรเลียม ปี2568 อยู่ที่  101,595 ลบ.

Loading

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เผยรายได้ของรัฐจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ในปี 2568 (มกราคม – ธันวาคม) รวมทั้งสิ้น 101,595 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2567 (ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567) มีรายได้ของรัฐจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมทั้งสิ้น 115,572 ล้านบาท

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เปิดเผย รายได้ของรัฐจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ในปี พ.ศ. 2568 (มกราคม – ธันวาคม) รวมทั้งสิ้น จำนวน 101,595 ล้านบาท โดยรายได้ที่จัดเก็บโดย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย

-ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม จากระบบสัมปทาน จำนวน 18,769 ล้านบาท

-ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม จากระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต จำนวน 11,560 ล้านบาท

-ส่วนแบ่งกำไรของรัฐ จากระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต จำนวน 31,620 ล้านบาท

-รายได้จากองค์กรร่วมไทย–มาเลเซีย จำนวน 9,565 ล้านบาท

-เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ จำนวน 1,126 ล้านบาท

-รายได้อื่น (เช่น ค่าตอบแทนจากการต่อระยะเวลาการผลิต ค่าตอบแทนรายปี ค่าตอบแทนในการใช้สิ่งติดตั้งของรัฐ เป็นต้น) จำนวน 1,678 ล้านบาท และรายได้ที่จัดเก็บโดย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

-ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จำนวน 27,277 ล้านบาท

ขณะที่ การจัดเก็บรายได้เข้ารัฐจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ตุลาคม 2566-กันยายน 2567) จำนวนรวมทั้งสิ้น 115,572 ล้านบาท โดยรายได้ที่จัดเก็บโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย

– ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม จากระบบสัมปทาน 21,889 ล้านบาท

– ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม จากระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต 11,876 ล้านบาท

– ส่วนแบ่งกำไรของรัฐ จากระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต 33,460 ล้านบาท

– รายได้จากองค์กรร่วม ไทย-มาเลเซีย 12,597 ล้านบาท

– เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ 781 ล้านบาท

– รายได้อื่น (ค่าตอบแทนจากการต่อระยะเวลาการผลิต) 1,137 ล้านบาท และรายได้ที่จัดเก็บโดย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

– ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 33,833 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน มีภารกิจหลัก คือ การกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย โดยนอกจากสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศแล้ว ยังมีส่วนในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้รัฐ เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น และประเทศในด้านต่างๆ