![]()
สกนช. เผย กองทุนน้ำมันฯ ควักเงินอุ้มดีเซล เพิ่มแตะ 20.36 บาทต่อลิตร ขณะที่ แก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มชดเชยเป็น 11.06 บาทต่อลิตร ส่วน แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มชดเชยอยู่ที่ 9.73 บาทต่อลิตร ขณะที่เตรียมปรับราคาขายปลีกดีเซล มีผล 18 มี.ค.นี้
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ออกประกาศฉบับที่ 22 พ.ศ.2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ กบน. สามารถบริหารจัดกองทุนน้ำมันฯ และราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่า 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
โดยมาตรการดังกล่าว อยู่ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)และพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 และยังคงยึดหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของพลังงาน เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม (Cross Subsides)
สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
กลุ่มน้ำมันดีเซล ได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ B20 เพิ่มชดเชยอยู่ที่ 20.36 บาทต่อลิตรขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตร
กลุ่มแก๊สโซฮอล์ ได้ชดเชยราคา แก๊สโซฮอล์ E20 สูงสุดอยู่ที่ 11.06 บาทต่อลิตร รองลงมาคือ แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มชดเชยอยู่ที่ 9.73 บาทต่อลิตร ส่วน แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชยเท่าเดิมอยู่ที่ 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้า ส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันอยูที่ 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน อยู่ที่ 0.06 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การปรับราคาขายปลีกน้ำมัน จะประกาศในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดตรึงราคาดีเซล 15 วัน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.2569 เป็นต้นมา ซึ่งราคาดีเซลใหม่ จะมีผลวันที่ 18 มี.ค.2569 เป็นต้นไป