“ขนส่ง” ยกระดับบริการแท็กซี่! เปิดตัวระบบ “Taxi ดีพร้อม” บังคับติดสติ๊กเกอร์ QR Code ทุกคัน

Loading

กรมการขนส่ง” ยกระดับให้บริการแท็กซี่! เปิดตัวระบบ “Taxi ดีพร้อม” ภายใต้แอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE บังคับติดสติ๊กเกอร์ QR Code ทุกคัน ยืนยันตัวตนทุก 4 ชม.นำร่องในกทม. คาดติดครบภายในมิ.ย.69 หากพบไม่ติดสติ๊กเกอร์ปรับ 1,000 บาท

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในการเปิดตัวโครงการ “Taxi ดีพร้อม” ว่า ขบ.ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะให้มีความปลอดภัยและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้โดยสารในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนและร้องเรียนแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE หัวใจสำคัญของระบบ Taxi ดีพร้อม คือการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ โดยระบบจะทำงานควบคู่กันระหว่าง “ผู้ขับขี่” และ “ผู้โดยสาร” ผ่านการติดสติ๊กเกอร์ QR Code รูปแบบใหม่ นำร่องในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรถแท็กซี่จดทะเบียนสะสมจำนวน 78,894 คัน ปัจจุบันมีแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์แล้ว 8,132 คัน และมีผู้ขับรถใช้งานแอปพลิเคชัน 3,620 คน โดยคาดว่าจะติดตั้งและใช้งานอย่างครบถ้วนภายในเดือนมิถุนายน 2569

นายสรพงศ์ กล่าวว่า สติ๊กเกอร์ QR Code จะแบ่งเป็น 3 สี คือ สีม่วง สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ ยืนยันตัวตนก่อนขับรถจะติดบริเวณ มุมขวาบนของกระจกฝั่งผู้ขับรถ สีน้ำเงิน สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ คำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจและร้องเรียน ติดบริเวณกระจกหน้าต่างรถฝั่งผู้โดยสารด้านหลัง และสีแดง สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ใช้ร้องเรียนพฤติกรรมการขับขี่และการให้บริการ เช่นปฏิเสธผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารเกิน เป็นต้น

โดยประชาชนผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE เมื่อใช้บริการแท็กซี่ สามารถสแกน QR Code ที่ติดอยู่บริเวณกระจกหน้าต่างรถ (ทั้งภายนอกและภายใน) เพื่อตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ ระบบจะแสดงภาพถ่ายคนขับ, ชื่อ-สกุล, ข้อมูลรถ, วันสิ้นอายุภาษี และสถานะใบอนุญาตขับรถ ทำให้ทราบทันทีว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  สามารถคำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจและร้องเรียนพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ใน 4 ด้าน คือ 1. สภาพตัวรถ ความสะอาดและความพร้อมใช้งาน 2.การให้บริการ กิริยามารยาทและการพูดจา 3. พฤติกรรมการขับขี่ ความปลอดภัยและความนุ่มนวล 4.การแต่งกาย ความสุภาพเรียบร้อยตามกฎระเบียบ

ทั้งนี้หากคนขับได้รับคะแนนสูง ระดับ 5 ดาว จะได้รับรางวัลหรือสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลดเบี้ยประกันภัยจากบริษัทพันธมิตร แต่หากถูกร้องเรียนหรือได้คะแนนต่ำ ขบ.จะดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่การตักเตือน เรียกเข้าอบรม จนถึงมาตรการสูงสุดคือการ พักใช้ใบอนุญาตขับรถ

นายสรพงศ์  กล่าวว่า ขอให้ผู้ประกอบการ สหกรณ์แท็กซี่ และคนขับรถแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์ QR Code ตามโครงการ Taxi ดีพร้อม ลงทะเบียน และยืนยันตัวตนทุก 4 ชั่วโมง หากพบว่า แกะหรือไม่ติดสติ๊กเกอร์เครื่องหมาย QR code ถือเป็นการไม่แสดงเครื่องหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

พร้อมกันนี้หากคนขับรถแท็กซี่ไม่ลงทะเบียน หรือสแกนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนขับรถ มีความผิดตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องให้แอปพลิเคชัน “DLT GPS-NOTICE” ในเครื่องสื่อสาร ซึ่งมีระบบ หรือ เทคโนโลยีติดตามรถสามารถใช้แทนเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกินเจ็ดคนได้ พ.ศ. 2568 ฐานไม่บันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือไม่ส่งข้อมูลตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

“ระบบ Taxi ดีพร้อม” บนแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครองทุกครั้งที่เดินทาง เพราะสามารถตรวจสอบตัวตนคนขับได้จริง อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและคนขับรถแท็กซี่รักษาคุณภาพการให้บริการเพื่อได้รับคะแนนประเมินที่ดีจากผู้โดยสาร โดยกรมการขนส่งทางบกขอเชิญชวนประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ iOS และ Android เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ให้แท็กซี่ไทย ปลอดภัย น่าใช้บริการ

ต่อข้อถามกรณีรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารจะมีมาตรการอย่างไร นายสรพงศ์ กล่าวว่า โครงการนี้จะจะช่วยให้ผู้โดยสารมีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถถ่ายภาพหรือส่งพิกัดแจ้งเหตุได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการโต้เถียงและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แท็กซี่ไทย อีกทั้งขบ.ยังมีกฎหมายอีก 5 ฉบับที่บังคับใช้กรณีผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับบริการรถสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ามีการร้องเรียนอยู่ที่ประมาณ 2,500 เรื่อง แต่เชื่อว่า 90% ของผู้ขับรถแท็กซี่มีคุณภาพ

ส่วนเรื่องอายุการใช้งานรถแท็กซี่ 12 ปี นั้นเริ่มครบอายุใช้งานและทยอยตัดออกจากระบบแล้ว โดยร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการลงโทษและห้ามนำรถครบอายุมาให้บริการด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีรถ แท็กซี่ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ระบบแล้วกว่า 6,400 คัน ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 9 ปี

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ขบ.อยู่ระหว่างการสังคายนากฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งปัจจุบันใช้กฎหมาย 2ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. การขนส่ง แต่ไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะ จึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแยกออกมาเป็นกฎหมายฉบับที่ 3 เพื่อบังคับใช้เฉพาะรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา แต่เบื้องต้นที่ทำได้คือการปรับกฎกระทรวง ซึ่งจะนำเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทันทีหลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่

โดยการปรับกฎกระทรวงนั้นประกอบด้วย 1.กฎกระทรวงเกี่ยวกับกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกนะทรวงคมนาเห็นชอบแล้วรอรัฐบาลใหม่ 2. กฎกระทรวงว่าด้วยการแยกป้ายทะเบียนรถ EV และ 3.กฎกระทรวง ว่าด้วยการแยกป้ายทะเบียนรถรับ-ส่งนักเรียนเป็น 1 นร และเป็นป้ายสีส้มขนาดใหญ่ ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษบางประการ โดยหารือกับกระทรวงการคลังเรื่องภาษี โดยปัจจุบันรถนักเรียนมีอยู่ 5,500 คันจากจำนวนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งหมด 52,000 แห่ง ซึ่งมีโรงเรียนจำนวนมากที่ไม่มีรถรับส่งนักเรียนที่มีคุณภาพ แต่ใช้รถที่มีอายุการใช้งานมาก ดังนั้นขบ.จะดำเนินการเรื่องนี้จริงจัง รวมถึงจะเพิ่มมาตรฐานในการตรวจสภาพรถทั้งเรื่องประสิทธิภาพเบรค และระบบกระแสไฟฟ้ารั่วภายในรถ ซึ่งเมื่อได้รัฐบาลใหม่ ขบ. จะนำเสนอทันที คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้