![]()
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และนายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (Connected and Autonomous Vehicle: CAV) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยในการใช้งาน CAV อย่างครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาวิจัย การพัฒนา การทดสอบ และการอนุญาตใช้งาน ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
โดยมุ่งสนับสนุนการจัดทำมาตรฐาน ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่มาใช้อย่างปลอดภัย และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
นายสรพงศ์ กล่าววอีกว่า เวลานี้ในหลายประเทศตื่นตัวเรื่องยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ เห็นได้ชัดที่สหรัฐอเมริกามีการ CAVมาใช้เป็นแท๊กซี่ไร้คนขับให้บริการแล้ว แต่ก็มึอีกหลาย ประเทศที่ยังไม่ยอมรับ 100% ขณะที่ไทยเองทั้ง 3หน่วยงานก็ได้ร่วมกันเริ่มต้นขับเคลื่อนเรื่องนี้ และมีการทดสอบไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาสู่ท้องถนน เนื่องจากต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยที่จะรองรับ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางถนนที่ต้องแบ่งเส้นถนนให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเส้นแบ่งถนนบางแห่งยังไม่แน่นอน รวมถึงการออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่ต้องครอบคลุมและเข้มงวด เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนปล่อยรถไร้คนขับออกมาบนถนน
ดังนั้น ขบ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านยานยนต์และการขนส่งทางถนนของประเทศ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนา ปรับปรุง และกำหนดมาตรฐาน ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ จึงจำเป็นต้องยกระดับการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ควบคู่กับการส่งเสริมและยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานยานยนต์ สำหรับผู้ขับรถ ผู้ควบคุมระบบ ผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับ CAV ทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง สร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้งานอย่างยั่งยืน และยังสอดรับกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งของประเทศให้ปลอดภัย ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
นางพจมาน กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการมีบทบาทในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทคนิค เพื่อใช้ประกอบการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐาน ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยจะศึกษา พัฒนา และส่งเสริมวิธีการทดสอบ CAV รวมถึงสนับสนุนด้านวิชาการและเทคนิคในการดำเนินโครงการนำร่องและการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการพัฒนาปรับปรุงมาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี CAV อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ นายรัตติกูล กล่าวว่า ปตท. มีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับนิเวศยานยนต์สมัยใหม่ของไทย ทั้งด้านการทดสอบนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เทคโนโลยี CAV สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ สอดรับกับมาตรฐานสากล สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สังคมไทยอย่างมาก