คมนาคม – รฟม. – BEM ยกเลิกใช้บัตรเติมเงิน – เริ่มใช้บัตร EMV 1 มิ.ย. 69 ชำระค่าโดยสารสายสีน้ำเงิน – สายสีม่วง

Loading

คมนาคม – รฟม. – BEM ประกาศยกเลิกใช้บัตรเติมเงิน – เริ่มใช้บัตร EMV ชำระค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน – สายสีม่วง ชี้เป็นจุดเริ่มต้นการใช้ตั๋วร่วม พร้อมยกเลิกใช้เหรียญโดยสาร 1 ม.ค. 70 ผู้โดยสารสามารถทำการขอคืนบัตรได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 70

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังร่วมแถลงข่าว “การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless” ว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม มีความพยายามในการผลักดันนโยบายตั๋วร่วมอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความ สะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ เพื่อลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร

อย่างไรก็ตามการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่างๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับการเริ่มใช้บัตร EMV ชำระค่าโดยสารจะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ตั๋วร่วม โดยวันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นห้องออกบัตรโดยสาร และช่องทางเติมเงินอัตโนมัติแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ กรุงไทยเน็กซ์ และช้อปปี้

ส่วนในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้ ซึ่ง BEM จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรแมงมุม EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 แต่ยังสามารถทำการขอคืนบัตร (Refund) ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ขณะที่การใช้เหรียญโดยสาร (Token) จะยุติการใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าแทน นับเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแนวนโยบายที่จะขยายระบบตั๋วร่วมด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ในอนาคต โดยหารือกับผู้ให้บริการระบบต่างๆ อาทิ รถเมล์ ขสมก. รถบัส บขส. สำหรับการเดินทางด้วยรถบัสระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดด้วย

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม รฟม. ย่อมมีบทบาทและหน้าที่ในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่รูปธรรม โดยเฉพาะ “นโยบายตั๋วร่วม” ซึ่งเป็นนโยบายที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงและเป็นความคาดหวังของภาคประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในการเดินทางมาโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบัน รฟม. ได้ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ระบบรถไฟฟ้า MRT ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. ทั้ง 4 สายทางที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ได้ในทุกเส้นทาง

โดยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless นี้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย มีผลิตภัณฑ์บัตรให้เลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิตของธนาคารต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ซึ่งผู้ใช้บริการหลายๆ คนมีอยู่แล้ว หรือกรณีที่ผู้ใช้บริการต้องการแยกบัตรโดยสารรถไฟฟ้าออกจากบัตรอื่นๆ ก็สามารถเลือกใช้บัตรแมงมุม EMV ของ รฟม. ได้

ทั้งนี้ จากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก รฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BEM ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง กล่าวว่า ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมยกระดับการเดินทาง เข้าสู่การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา BEM ได้เดินหน้าพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับ EMV Contactless ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน MRT และ MRT Plus ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless ต่างๆ อาทิ บัตรแมงมุม EMV บัตรเครดิต EMV บัตรเดบิต EMV ฯลฯ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมือง (Connectivity Hub) พร้อมให้การสนับสนุนระบบตั๋วร่วมของภาครัฐในอนาคต

นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหารสายงาน Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการยกระดับการชำระค่าโดยสารด้วยมาตรฐาน EMV Contactless และต่อยอดสู่ระบบการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมกับระบบการเงินดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้ออกบัตร Mangmoom EMV และผู้สนับสนุนระบบรับชำระเงิน ได้นำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลมาใช้ผ่านระบบรหัสธุรกรรมแบบใช้ครั้งเดียว (Dynamic Code) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการในทุกการเดินทาง ทั้งด้านความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยของข้อมูล

ทั้งนี้ บัตร Mangmoom EMV เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบตั๋วร่วม รองรับการเดินทางข้ามสาย ครอบคลุมรถไฟฟ้า 6 สาย ได้แก่ สายสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีเหลือง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พร้อมขยายการให้บริการชำระค่าโดยสารไปยังระบบขนส่งมวลชนสาธารณะประเภทอื่นๆ ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ธนาคารที่ให้ความสำคัญในการพัฒนา  Mass Transit Ecosystem มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งกับบริการทางการเงินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย