![]()
ดีเดย์ 23 ม.ค.นี้ “พิพัฒน์” แถลงผลสรุปเหตุเครนถล่มไฮสปีดไทย-จีน-มอเตอร์เวย์M82 ด้านคณะกรรมการสอบข้อเท้จจริงระบุผลสอบนำไปประกอบบอกเลิกสัญญาได้ พร้อมเตรียมเสนอแนะแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำทั้งปิดจราจรช่วงก่อสร้าง-กำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงยกเลิกสัญญาได้
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 20 ม.ค.ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ กรณีเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฉสปีด)ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ตกทัพขบวนรถไฟ และกรณีโครงเหล็กติดตั้งสะพาน ร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว(ตอน 7) บริเวณกม.30 ถนนพระราม2 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามผลการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมในกรณีไฮสปีดไทย-จีน ที่ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และกรณีโครงเหล็กติดตั้งสะพาน ร่วงหล่นในงานก่อสร้างมอเตอร์เวย์M82 ที่ร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) และผู้เกี่ยวข้อง ในการเก็บข้อมูลจากหน้างาน และภาพถ่าย หาสาเหตุและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าได้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว โดยทั้ง รฟท.และทล.ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและเอกสารทุกอย่างตามที่คณะกรรมการต้องการ
โดยหลังจากนี้คณะกรรมการจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์รายละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยจะพิจารณาอย่างครอบคลุมไม่ทิ้งประเด็นใดเลย และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ซึ่งจะสามารถตอบสาธารณะได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในเวลา 7 วัน และตนจะสรุปผลการสอบข้อเท้จจริงเบื้องต้นให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการประทรวงคมนาคม เพื่อแถลงต่อสื่อมวลชนในวันที่ 23 ม.ค.เวลา 9.00 น.ที่กระทรวงคมนาคม
นายจิระพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากสรุปเหตุที่เกิดขึ้นใน 7 วันแล้วไม่ใช่คณะกรรมการฯจะยกเลิก แต่จะยังทำงานต่อในการลงรายละเอียดในการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงการเชิญผู้ประกอบการมาให้ปากคำด้วย เพื่อให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น โดยมีกรอบระยเวลาภายใน 45 วัน และทุกๆ 2 สัปดาห์จะมีการประชุมติดตามความก้าวหน้า ต่อข้อถามว่ามีการตั้งข้อสงสัยว่าอุปกรณ์ก่อสร้างไม่ได้คุณภาพนั้น นายจิระพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีกระบวนการจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมลงไปตรวจสอบเรื่องการรับน้ำหนักของเครนแล้วแต่ไม่มีการพูดถึงว่าเครนรับน้ำหนักไม่ได้
นายจิระพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการบอกเลิกสัญญานั้น เรื่องนี้นายพิพัฒน์ ได้มอบนโยบายให้หัวหน้าหน่วยงานไปแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯไม่ได้เกี่ยวกับการยกเลิกสัญญา แต่ข้อมูลของคณะกรรมการจะใช้เป็นน้ำหนักในกรณีที่สืบข้อเท็จจริงจนสิ้นกระบวนการแล้วก็จะเป็นหลักฐานประจักษ์แนบท้ายประกอบการยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งเรื่องนี้หัวหน้าหน่วยงานงานต้องนำไปพิจารณา ทั้งนี้ในส่วนของโครงการอื่นๆที่ให้หน่วยงานไปตรวจสอบความปลอดภัย คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 15 วัน
อย่างไรก็ตามหลังจากสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงแล้วคณะกรรมการจะจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางป้องกันเหตุเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต โดยเบื้องต้นหารือถึงความเป็นไปได้ในการปิดการจราจรในช่องทางหลัก 100%ในช่วงที่มีการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง และการระบุเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มการประมูลว่าหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเจ้าของสัญญาสามารถยกเลิกสัญาได้ รวมถึงข้อเสนอแนะอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยของประชาชน