![]()
ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุฯ จัดเวทีแลกเปลี่ยนความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 ด้านทล.พร้อมทุ่มงบฯปรับปรุงมาตรฐานถนนให้ปลอดภัยกับกลุ่มเปราะบาง3 กลุ่ม รถจักรยานยนต์ -คนเดินเท้า-ผู้สูงวัย เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ โรงแรม อีสติน แกรนด์ พญาไท นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธานเปิดการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 (The 3rd Thailand Road Traffic Safety Forum) หัวข้อ : การพัฒนาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ที่จัดขึ้นโดยศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย Thailand Accident Research Center หรือ TARC โดยมีผู้บริหารกรมทางหลวง หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรสำคัญด้านอุบัติเหตุ เข้าร่วม

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน คุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม การแก้ไขปัญหานี้ไม่สามารถอาศัยมาตรการด้านใดด้านหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในมิติของการพัฒนาสังคม การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ปลอดภัย พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ งานวิจัย และแนวปฏิบัติที่ดีในด้านความปลอดภัยทางถนนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่เอื้อต่อการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน
รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดแนวทางและมาตรฐานในการลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยในระยะยาว โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ อันจะช่วยลดการสูญเสียและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่การจะทำให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลงให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้จำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของ ทล.มีภารกิจในการดูแลถนนทางหลวงทั่วประเทศกว่า 5 หมื่นกิโลกเมตร ซี่งที่ผ่านมายอมรับว่าเราให้ความสำคัญกับการเร่งก่อสร้าง ปรับปรุง พัฒนา และขยายถนน เพื่อรองรับการจราจรจากรถยนต์เป็นหลัก และออกแบบถนนให้สามารถรองรับปริมาณรถจำนวนมากได้ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด เพื่อตอบโจทย์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่เวลานี้หากต้องการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลง ดังนั้นทล.จึงเป็นต้องคิดทบทวนการออกแบบถนนให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ กลุ่มคนเดินเท้าและกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิจค่อนข้างสูงจากอุบัติเหตุทางถนน


นายปิยพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ทล.มีแผนกำหนดมาตรการในงานก่อสร้างใหม่ และปรับปรุงงานเดิมให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยในส่วนของคนเดินเท้าจะปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และจัดให้มีทางข้ามเฉพาะ เพิ่มไฟฟ้าแสงสว่าง แก้ไขจุดอับสายตา เพื่อลดโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นั้น จากข้อมูลพบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงกว่า 2 หมื่นครั้ง ซึ่งมีความรุนแรงกว่ารถอื่นถึง 3 เท่า ดังนั้นทล.จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ โดยพัฒนามาตรฐานการออกแบบ และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆบนทางหลวงง รวมถึงการจัดช่องทางเฉพาะพิเศษรถจักรยานยนต์ด้วย และการปรับปรุงผิวทางให้ได้มาตรฐาน
สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุนั้น ในไทยมีสัดส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้รถใช้ถนนมากถึง 20 % และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีข้อจำกัดต่างๆ ทั้งการมองเห็น การตัดสินใจ กายภาพของร่างกาย การจดจำ และสกิลการขับขี่ที่ลดถอยลง และการตอบสนองจากอุบัติเหตุ ซึ่งสถิติใน10ปีที่ผ่านมาชี้ชัดว่าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของกลุ่มกลุ่มสูงอายุมีมากถึง 51% ดังนั้นทล.จึงจำเป็นต้องปรับปรุงถนนให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุอย่างแท้จริง เช่น การกำหนดระยะการมองเห็น ระยะเบรก หรือขนาดป้าย ไฟฟ้าแสงส่ง่างและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เป็นต้น เพื่อให้รองรับการใช้ถนนองผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทล.พุ่งเป้าจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่จำแนกตามลักษณะการชนแต่ละแบบ และในระยะต่อไปอาจจะจัดสรรงบประมาณสำหรับสำนัก และแขวงทางหลวงทั่วประเทศเพื่อนำไปใช้แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เพื่อให้ถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น