![]()
ทล. เตรียมจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างทางยกระดับสาย 338 รับมืองานซับซ้อน-พื้นที่เสี่ยง พร้อมจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการมอเตอร์เวย์ M9 เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า หลังจากมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม ทล.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้วางแนวทางปรับเปลี่ยนรูปแบบการกำกับควบคุมดูแลงานก่อสร้าง ด้วยการจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (CSC) ซึ่งที่ผ่านทล.ก็มีการจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานอยู่แล้วในโครงการที่ใช้เงินกู้ และโครงการระหว่างประเทศ แต่การปรับครั้งนี้จะนำไปใช้กับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนเสี่ยงอันตรายและอยู่ในแนวเส้นทางจราจรหนาแน่น เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยเข้มข้นมากขึ้น
โดยจะใช้งบประมาณปี70 หรืองบประมาณเหลือจ่ายจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) ช่วง พุทธมณฑลสาย 3 – พุทธมณฑลสาย 4 ตอน 2 ระยะทาง 4.63 กม. วงเงิน 4,490 ล้านบาท เป็นโครงการแรก และจะนำเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) หรือ กระบวนการบริหารจัดการข้อมูลสิ่งก่อสร้างด้วยแบบจำลอง 3 มิติอัจฉริยะ ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง จนถึงการดูแลรักษามาใช้ร่วมด้วย ซึ่งโครงการนี้เป็นจุดที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการก่อสร้างคร่อมเส้นทางที่มีรถวิ่งหนาแน่น ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว และอยู่ในขั้นตอนทยอยเซ็นสัญญา จากนั้นจึงเตรียมออกหนังสือแจ้งเริ่มงาน(NTP) ก่อนเริ่มก่อสร้างต่อไป
ขณะเดียวกัน ทล.จะปรับวิธีการบริหารโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีหลายๆตอน โดยใช้แนวทางใหม่ด้วยการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ (PMC) เข้ามาช่วยกำกับและบริหารโครงการในภาพรวม โดยจะใช้เงินกองทุนมอเตอร์เวย์ในการจ้าง ซึ่งที่ผ่านมาทล.ไม่เคยมีการจ้างมาก่อนใช้วิธีการบริหารเอง แต่การจ้างเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในระหว่างก่อสร้างมากขึ้น ในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 (M9) ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีจำนวนตอนมากและต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักก่อสร้างสะพานและสำนักก่อสร้างทางที่ 1 จึงต้องมีกรรมการบริหารโครงการเข้ามาช่วย ดูแลทั้งแผนงาน และการจัดการจราจรให้สอดคล้องกันทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นโมเดลใหม่ที่ ทล.ไม่เคยทำมาก่อน ขณะที่ทล.จะเป็นผู้ควบคุมงานเอง เนื่องจากงานไม่ซับซ้อนส่วนใหญ่เป็นงานทางระดับดิน โดยโครงการ M 9 มีทั้งหมด 15 ตอน แบ่งเป็น เฟส 1 จำนวน 6 ตอน ขณะนี้ประมูลเสร็จและทยอยเซ็นสัญญาแล้ว ส่วน เฟส 2 อีก 9 ตอน เริ่มทยอยประมูลให้จบภายในปี 69 คาดว่าไม่เกินกลางปีนี้จะเซ็นสัญญาเสร็จครบทุกตอน
นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้างของทล. นั้นเป็นการลดข้อจำกัดการรขาดแคลนบุคลากรของทล.ด้วย เนื่องจากในปี 69 หากเซ็นสัญญาครบ ทล.จะมีโครงการก่อสร้างสัญญาเก่าบวกกับสัญญาใหม่ที่เป้นสัญญาผูกพันรวม360 โครงการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่วงเงิน 300 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงกว่า 1,000 ล้านบาท และยังโครงการปีเดียวอีกประมาณ 4,000 โครงการ ส่งผลให้วิศวกรของ ทล.ที่มีอยู่ไม่สามารถดูแลงานได้ทั่วถึงในจุดที่ซับซ้อน