![]()
“บขส.” รีแบรนด์ใหม่ในชื่อ “BKS” พลิกโฉมการจองตั๋วครบจบในที่เดียวด้วยแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก พ่วงบริการ “BKS Express” ส่งของทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก รุกตลาดโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ณ บริเวณชานชาลา 2 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยภายหลังงานแถลงข่าวรีแบรนด์บริษัทฯ ใหม่ ภายใต้ชื่อ “BKS” พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” ภายใต้สโลแกน BKS เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก และบริการ “BKS Express” ส่งของทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก ว่า บขส. ได้ดำเนินการรีแบรนด์องค์กรและปรับชื่อใหม่เป็น “BSK” มีความหมายว่า B – Best มุ่งสู่ความเป็นเลิศ K – Kindness บริการด้วยความใส่ใจ และ S – Safety ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และยกระดับภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัย สอดรับกับพฤติกรรมผู้ใช้บริการในปัจจุบัน
โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ บขส. ในการปรับตัวจากรัฐวิสาหกิจเดินรถสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางและโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยชื่อ “BSK” ซึ่งถูกออกแบบให้มีความกระชับ จดจำง่าย และสามารถสื่อสารในระดับสากลได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การรีแบรนด์ “BSK” จะทยอยดำเนินการในทุกช่องทาง ทั้งสถานีขนส่ง รถโดยสาร สื่อประชาสัมพันธ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว
นอกจากนี้ บขส. ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” ภายใต้สโลแกน “BKS เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก” เพื่อยกระดับการให้บริการด้านการเดินทางของประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” ช่วยอำนวยความสะดวกในการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า ผู้โดยสารสามารถค้นหาเส้นทางเดินรถ เลือกเที่ยวรถ และเลือกที่นั่งได้ด้วยตนเอง พร้อมชำระเงินผ่านระบบออนไลน์หลากหลายช่องทาง อาทิ บัตรเครดิต/เดบิต โมบายแบงก์กิ้ง และ QR Code โดยผู้โดยสารจะได้รับตั๋วโดยสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) ซึ่งสามารถแสดงผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้เดินทางได้ทันที ซึ่งแอปฯ ดังกล่าวจะรองรับการใช้งานทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนการเดินทางและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้โดยสาร
ปัจจุบัน บขส. อยู่ระหว่างการพัฒนาแอปฯ ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ก่อนจะเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดนำไปใช้งานได้ในเร็วๆ นี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง อย่างไรก็ตาม บขส. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศให้สอดรับกับยุคดิจิทัล พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.
นายอรรถวิท กล่าวอีกว่า บขส. ได้เปิดให้บริการ “BKS Express” ยกระดับบริการด้านโลจิสติกส์ ภายใต้แนวคิด “ส่งของทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก” เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยบริการ “BKS Express” ครอบคลุมการรับ-ส่งพัสดุทั่วประเทศ ด้วยเครือข่ายเส้นทางรถโดยสารของ บขส. ที่เชื่อมโยงทุกภูมิภาค สามารถจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา มีประสิทธิภาพ และราคาเข้าถึงได้ พร้อมรองรับการขยายบริการไปสู่การส่งพัสดุระหว่างประเทศในอนาคต
ผู้ใช้บริการสามารถนำพัสดุไปฝากส่งได้ที่ศูนย์รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ของ บขส. และจุดให้บริการที่กำหนดทั่วประเทศ โดยมีระบบบริหารจัดการที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะพัสดุได้ เพิ่มความมั่นใจตลอดกระบวนการขนส่ง อย่างไรก็ดี บขส. มุ่งมั่นพัฒนาบริการขนส่งและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ บขส. มีแผนดำเนินโครงการ “ศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจใหม่ LERKA Marketplace” โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริมไปพร้อมกับการตลาดท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “จาก Local สู่เลอค่า” ซึ่งมุ่งมั่นที่จะเป็นแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนสู่สากล ด้วยการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP/GI) มาวางจำหน่ายที่สถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ และขยายต่อยอดสู่แฟลตฟอร์มในการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของ บขส. เพื่อให้ประชาชนสามารถสั่งซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
รวมถึงการเชิญชวนเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินของ บขส. จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบูรณ์ เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน สร้างรายได้ให้องค์กรในระยะยาว
ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 บขส. ได้รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคมให้อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ประมาณ 120,000 – 180,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) วันละ 6,000 – 7,000 เที่ยวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง