“พิพัฒน์” ยืนยันสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอบริการประชาชน ดิวปตท.อัดน้ำมันให้สถานีขนส่งทั่วประเทศ

Loading

พิพัฒน์” ยืนยันสงกรานต์ 69 นี้ มีน้ำมันเพียงพอให้บริการประชาชนเดินทาง ดิวปตท.อัดน้ำมันเต็มแทงค์ทุกสถานีขนส่งทั่วประเทศ คาดประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะเพิ่ม 10% ย้ำไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร พร้อมเปิดวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์-ทางด่วน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน  ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ว่า จากเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานในประเทศไทย และอาจมีผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย กระทรวงคมนาคมจึงคาดการณ์ว่าในปีนี้พฤติกรรมการเดินของประชาชนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง แนวโน้มการเดินทางกลับบ้านของประชาชนลดลง โดยมีการปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลเป็นระยะใกล้ รวมทั้งประชาชนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ทั้ง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รถไฟ และเครื่องบิน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกณีที่ประชาชนมีข้อกังวลว่าน้ำมันจะมีไม่พียงพอในการเดินทางช่วงสงกรานต์นั้น เบื้องต้นรัฐบาลได้เร่งให้ขนส่งน้ำมันเข้าสู่ระบบในทุกสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 10 ล้านลิตรต่อวัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีสภาพคล่องดีขึ้น ส่วนเรื่องราคาน้ำมันต้องรอนโยบายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) พิจารณาก่อน

อย่างไรก็ตามในส่วนของการให้บริการ บขส.นั้นจะขอความร่วมมือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ส่งน้ำมันให้ถังน้ำมันที่อยู่ในสถานีบริการ บขส.ทั่วประเทศให้เพียงพอกับการใช้งานของรถที่จะมาให้บริการ ส่วนจำนวนรถที่จะมาให้บริการนั้นได้เตรียมไว้เพียงพอตามความต้องการของประชาชนแน่นอน

ทั้งนี้มั่นใจว่าสิ้นเดือนเมษายนนี้สถานการณ์น้ำมันจะเข้าสู่สภาวะปกติ และผู้ค้าตามมาตรการ 7 จะเก็บน้ำมันสำรอง 1% เข้าภาครัฐได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าน้ำมันจะขาด และปัจจุบัน ปตท.ได้สั่งน้ำมันดิบจากต่างประเทศในส่วนนอกอ่าวมาเติมทดแทนในอ่าว ขณะที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคาลเท็กซ์ ก็ต้องหาซื้อเช่นกัน

“ขอยืนยันว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 ทุกสถานีบริการน้ำมันต้องมีน้ำมัน โดยเฉพาะ บขส.ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีน้ำมันเพราะปตท.จะนำน้ำมันไปใส่เข้าแทงค์ให้มีปริมาณเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค ที่สำคัญได้เน้นย้ำในเรื่องของการให้บริการประชาชนที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคาให้ตรึงไว้คงเดิมไม่มีการปรับขึ้น” นายพิพัฒน์ กล่าว

เร่งผลิต B20 ป้อนภาคอุตสาหกรรม – ขนส่ง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง โดย ปตท. บางจาก และเชลล์ จะผลิตน้ำมัน B20 ออกมาใช้ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งมีราคาถูกว่า B7 ถึง 5 บาท แต่หากราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงกว่า 35 บาทต่อลิตร ก็คงต้องมาพิจารณากันใหม่ว่าจะช่วยเฉพาะกลุ่มอย่างไรหรือปล่อยให้ลอยตัว ซึ่งเรื่องนี้คงต้องหารือกับในที่ประชุม ศบก.อย่างชัดเจนอีกครั้ง ส่วนกรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่ากระทรวงการคลังจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เวลานี้ยังไม่ได้เคาะแต่อาจจะเป็นในรูปแบบต่างๆ เช่น คูปองแทนเงินสด

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมยังได้เตรียมการในการอำนวยความสะดวกและการให้บริการด้านคมนาคมสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในปีนี้อย่างเต็มที่ โดยได้คาดการณ์ปริมาณจราจรในช่วง 10 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้าและออกจาก กรุงเทพมหานครบนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ รวม 10.65 ล้านคัน และบนทางพิเศษ รวม 15.89 ล้านคัน และจากการคาดการณ์ในส่วนของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารสาธารณะ และเครื่องบิน รวม 18.58 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็น การเดินทางภายใกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 11.50 ล้านคน-เที่ยว การเดินทางระหว่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชาชนมีความต้องการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 สำหรับการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 สำหรับการเดินทางในเส้นทางระหว่างเมือง เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 2568

ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 ระยะเวลารวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าหมาย ลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 %

กำหนด 3 มิติ 7 มาตรการรองรับสงกรานต์

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับความพร้อมในการบริหารจัดการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย 3 มิติ 7 มาตรการ ได้แก่ 1. มิติป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยมีโครงการตรวจรถฟรีของกรมการขนว่งทางบก (ขบ.) และภาคีเครือข่าย ได้แก่ บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นภาคเอกชนทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง จำนวน 150 แห่งทั่วประเทศ ขบ. ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area จำนวน 219 แห่ง ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2569

2.มิติอำนวยความสะดวกด้านโครงข่ายการเดินทาง บริการข้อมูลข่าวสารการจราจรผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และ Application ต่าง ๆ เช่น  M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway/ Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ/ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะใน กทม. และปริมณฑล/ สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชนเป็นต้น  

3.มิติอำนวยความปลอดภัย ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การตรวจสอบแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดผู้ขับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ กำกับดูแลวินัยจราจรผู้ใช้ถนน หยุดงานก่อสร้าง ปรับปรุงซ่อมแซมถนน และจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เฝ้าจุดเสี่ยงบนสายทาง และจัดทำป้ายเตือนและป้ายแนะนำ จัดเตรียมรถลาก ประสานภาคีเครือข่ายสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพและกู้ภัย ตลอดจน ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์  “ไม่ขับเร็ว-คาดเข็มขัดนิรภัย-สวมหมวกนิรภัย-ดื่มไม่ขับ-รักษาวินัยจราจร-ง่วงไม่ขับ-ไม่ขับย้อนศร”

เปิดวิ่งฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรีแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย 1. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ของ กทพ. รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา และทางพิเศษเฉลิมมหานคร รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. 2. ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอก กรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน) และ มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี)

นอกจากนี้ ยังเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน-นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออก กทม. ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 และเป็นขาเข้า กทม. ระหว่างวันที่ 14-19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง-นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการก่อสร้างนั้นได้สั่งให้หยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบาย การจราจรอย่างทันสถานการณ์ และขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมขอความร่วมมือให้ประชาชนวางแผนการเดินทาง พร้อมทั้งคำนึงถึงการใช้น้ำมัน และใช้พลังงานอย่างประหยัดและเหมาะสม โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสำหรับการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ในช่วงสงกรานต์ 2569 นี้คาดการณ์ว่าปริมาณการจราจรบนถนนทางหลวงและมอเตอร์เวย์จะไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่ง ทล.เตรียมความพร้อมร่วมกับตำรวจทางหลวงเพื่อมอนิเตอร์การจราจรให้เหมาะสม โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ M 6 เนื่องจากปีใหม่ที่ผ่านมีประชาชนใช้บริการ M6 จำนวนมากทำให้การจราจรบนถนนมิตรภาพโล่ง ทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้บริการ M 6 เติมน้ำมันให้เต็มเพราะตลอดทางไม่มีสถานีบริการน้ำมัน และไม่มีจุดบริการชาร์จไฟ สำหรับภาพรวมงานก่อสร้าง M6 นั้นเหลือตอน 4 คาดว่าจะเสร็จในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2569 ส่วนตอน 21 เคยมีการปรับแบบจากระดับดินเป็นทางยกระดับแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภานในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าเปิดให้บริการตลอดเส้นทางในช่วงปีใหม่ 2570