พรุ่งนี้(18มี.ค.69) ปรับขึ้น “ดีเซล” 50 สต. แตะ 30.44 บาทต่อลิตร

Loading

ศบก. เผย ปรับขึ้นดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร แตะ 30.44 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้(18 มี.ค.2569) พร้อมเพิ่มส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์E20 ถูกกว่า แก๊สโซฮอล์95,91 เป็น 5 บาทต่อลิตร เตรียมขายตรง “ดีเซล B20” ให้ “จ็อบเบอร์” กระจายน้ำมันขายให้ภาคอุตสาหกรรม ลดปัญหาแย่งเติมน้ำมันในปั๊ม หวังพยุงราคาปาล์ม ไม่ต่ำกว่า 7 บาทต่อกิโลกรัม

นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากครบกำหนดมาตรการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ในวันนี้ (17 มี.ค.2569) จะมีการปรับเพดานตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นและทยอยปรับขึ้นราคาดีเซลในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.2569) รวมถึงปรับส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล(B100)ในน้ำมันดีเซลจากดีเซลพื้นฐาน(B7) เป็นB10 และB20

ซึ่งในส่วนของ B20 จะไม่ขายผ่านสถานีบริการ(ปั๊ม)น้ำมัน แต่จะขายตรงให้กับ จ็อบเบอร์ (Jobber) หรือ พ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่งที่ไม่มีหน้าร้านถาวร เพื่อนำไปกระจายขายให้กับภาคอุตสาหกรรม(ภาคขนส่ง/เกษตรกร/ก่อสร้าง เป็นต้น) ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการไปแย่งเติมน้ำมันในปั๊ม

อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลผลิตปาล์มที่จะทยอยออกสู่ตลาดในเดือนหน้า และต่อเนื่องไป 4-5 เดือนข้างหน้า ดังนั้นหากเติมดีเซลB10 และB20 จะช่วยพยุงราคาปาล์มไม่ต่ำกว่า 7 บาทต่อกิโลกรัมไว้ได้  

นายอรรถพลฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.2569) จะมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมราคา 29.94 บาทต่อลิตร เป็น  30.44  บาทต่อลิตร โดยเป็นการทยอยปรับขึ้น ภายใต้ราคาเพดานสูงสุดไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร

รวมถึง กระทรวงพลังงานเตรียมปรับการจำหน่ายน้ำมันทางเลือก 2 ชนิด คือ น้ำมันไบโอดีเซล B10 (น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ 10%) และน้ำมันไบโอดีเซล B20 (น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ 20%)  จากปัจจุบันจำหน่ายน้ำมันดีเซล B7 (น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ 7%)

โดยจะสร้างส่วนต่างราคาของน้ำมันทั้ง 3 ชนิด เพื่อจูงใจประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซล B10 และ B20 มากขึ้น โดยกำหนดให้ราคาดีเซล B10 ถูกกว่า ดีเซล B7 ถึง 2 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 ถูกกว่าดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร โดยดีเซล B20 ส่วนใหญ่จะใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ (ไม่ขายผ่านปั๊มน้ำมัน)

โดย B10 เป็นน้ำมันสำหรับรถยนต์ทั่วไป คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 เดือน และ B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ คาดว่าจะใช้เวลาเริ่มได้ภายใน 1 สัปดาห์

ส่วนด้านราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน จะมีการปรับราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ถูกกว่า แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นเป็น5 บาทต่อลิตร จากเดิมถูกกว่า 3 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และลดการใช้เนื้อน้ำมันลงด้วย โดยจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดในอัตราลิตรละ 1 บาท และปรับลดราคาน้ำมัน E20 ประมาณลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ กับ E20 มีส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร

ส่วนปัญหาสถานีบริการขาดแคลนน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงาน ได้เร่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมัน เพิ่มรอบการวิ่ง และสั่งการให้เปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ปั๊มต่างๆ ให้รวดเร็ว เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด