![]()
“พิพัฒน์” กางแผนเยียวยาภาคขนส่ง เริ่ม 1 – 30 เม.ย. 69 อุดหนุนนำมันรถสิบล้อขึ้นไป 6 บาทต่อลิตร รถบขส./รถร่วมฯ อุดหนุนน้ำมัน 4 บาทต่อลิตร สองแถว รถตู้ ไรเดอร์ มอเตอร์ไซค์รับจ้างหนุน 300 บาทต่อคัน พร้อมตรึงค่าโดยสาร ปลดล็อกน้ำมันสำรองหนุนใช้ดีเซล B20
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมมาตรการเชิงรุก 3 มาตรการหลัก ในการช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนผู้ใช้บริการ ด้วยการเยียวยาคนขับและคุ้มครองคนใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคการขนส่ง ซึ่งจะช่วยให้ระบบขนส่งสาธารณะเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน ดังนี้
1. มาตรการ “ชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน” กระทรวงฯ เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเพื่อชดเชยค่าเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ให้บริการ 4 กลุ่มหลัก แยกตามประเภท ประกอบด้วย รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จำนวน 287,175 คัน สนับสนุนน้ำมัน 6 บาท/ลิตร, รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (บขส./รถร่วมฯ) หมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน สนับสนุนน้ำมัน 4 บาท/ลิตร, รถโดยสารขนาดเล็ก (รถสองแถว/ตู้) หมวด 4 จำนวน 19,414 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/วัน,รถจักรยานยนต์รับจ้าง ,ไรเดอร์ จำนวน 114,653 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/เดือน ซึ่งจะเริ่มสนับสนุน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2569 โดยจะคำนวณเงินชดเชยตามการใช้งานจริงผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ขับขี่โดยตรง
2. ตรึงราคาค่าโดยสาร โดยสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ตรึงค่าโดยสาร” รถสาธารณะทุกประเภทไว้ในระดับเดิมให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเอกชนให้ช่วยกันประคับประคองในช่วงวิกฤตนี้
3. ปลดล็อกน้ำมันสำรองและหนุนดีเซล B20 เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน กระทรวงฯ ได้ประสานงานเพื่อปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย ทำให้มีน้ำมันหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น และเตรียมเปิดตัว น้ำมันดีเซล B20 ราคาพิเศษ สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เราเข้าใจความเดือดร้อนของผู้ให้บริการที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันเราต้องปกป้องผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าโดยสาร มาตรการที่เราออกมาจึงมุ่งเน้นการลดต้นทุนที่ต้นทาง โดยเฉพาะการจัดจุดเติมน้ำมันพิเศษสำหรับรถสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถโดยสารจะมีน้ำมันเพียงพอและให้บริการได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเดินทางที่จะถึงนี้
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดตั้ง วอร์รูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบต่อค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584