“มัลลิกา” ย้ำ! สนามบินอุบลฯ-สุราษฎร์ฯ ยังคงพื้นที่ห้ามบินโดรนเด็ดขาด 

Loading

“มัลลิกา” ย้ำ! สนามบินอุบลฯ-สุราษฎร์ฯ ยังคงพื้นที่ห้ามบินโดรนเด็ดขาด หลัง กพท. ออกประกาศฉบับที่11

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” หลังประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงพบว่ายังมีบางพื้นที่ที่ต้องคงมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยปรับลดพื้นที่ห้ามบินเด็ดขาดรอบสนามบินเหลือ 6 แห่ง และมีเงื่อนไขการอนุญาตได้โดยต้องแจ้งขอปฏิบัติการบินแตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนดต่อ CAAT ก่อน ทั้งนี้ ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1–31 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

จึงได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานกำชับท่าอากาศยานในสังกัดที่ยังอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังตามประกาศดังกล่าว ได้แก่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานอุบลราชธานี ในรัศมี 9 กิโลเมตร รอบท่าอากาศยาน ยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานโดรนในบริเวณโดยรอบท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินและความปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมถึงให้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เช่น ทหาร ตำรวจ และศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังกำชับให้ท่าอากาศยานติดตั้งป้ายประกาศและประชาสัมพันธ์เงื่อนไขในการทำการบิน รวมถึงข้อห้ามการบินโดรนในเขตพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักแก่ประชาชนว่าหากฝ่าฝืนข้อห้ามในพื้นที่หวงห้ามจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานพร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการและมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางของประชาชน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าท่าอากาศยานในสังกัดทุกแห่ง มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัยตามที่ กพท. กำหนด รวมถึงความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่สำหรับให้บริการประชาชน และเตรียมพร้อมรับต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นตามแผนเผชิญเหตุและแผนฉุกเฉินของสนามบิน ตลอด 24 ชั่วโมง