![]()
รฟท. เดินหน้าปรับแบบรถไฟสายสีแดง Missing Link ย้าย “สถานีราชวิถี” เชื่อมต่อ “รพ.รามาธิบดี” อำนวยความสะดวกประชาชน คาดชง ครม. ธ.ค. 69 เริ่มสร้างปี 71
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน เดินหน้าปรับรายละเอียดรายงาน EIA โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (Missing Link) เสนอย้ายจุดก่อสร้างและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” พร้อมสร้าง Sky Walk เชื่อมต่อโรงพยาบาล เพื่อยกระดับการเดินทางและคุณภาพชีวิตประชาชน

นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ อาคารสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า การรถไฟฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จึงได้ดำเนินการปรับรายละเอียดโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ช่วงบางซื่อ – พญาไท – มักกะสัน – หัวหมาก) และสายสีแดงเข้ม (ช่วงบางซื่อ – หัวลำโพง) หรือ Missing Link ในส่วนของ “สถานีราชวิถี”
โดยสาระสำคัญของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. การย้ายตำแหน่งสถานีปรับย้ายจากเดิมบริเวณทิศเหนือของแยกอุภัยเจษฎุทิศมายังทิศใต้ของแยกอุภัยเจษฎุทิศ (ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100 เมตร) 2. การเปลี่ยนชื่อสถานี โดยเปลี่ยนจาก “สถานีราชวิถี” เป็น “สถานีรามาธิบดี” 3. การเชื่อมต่อโครงข่ายก่อสร้าง ทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) เชื่อมต่อเข้ากับอาคารศูนย์เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้ารามาธิบดีที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต
“การปรับรูปแบบดังกล่าว สืบเนื่องจากโรงพยาบาลรามาธิบดีได้เสนอให้มีการเชื่อมต่อสถานีรถไฟเข้ากับอาคารของโรงพยาบาลโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขและระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ” นายอรรถพล กล่าว


สำหรับขั้นตอนต่อไป การรถไฟฯ จะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา
ทั้งนี้ รฟท. ได้วางกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาโครงการฯ โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติปรับรูปแบบและกรอบวงเงินโครงการได้ภายใน เดือนธันวาคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2571


การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อให้การพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของส่วนรวมอย่างแท้จริง