![]()
ไทยออยล์ ชี้ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ปรับลด หลังทรัมป์ประกาศว่า เวเนซุเอลาจะส่งออกน้ำมันดิบไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น ในขณะที่การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนมีความคืบหน้า คาดเวสต์เท็กซัส เคลื่อนไหวที่กรอบ 54-64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ เคลื่อนไหวที่กรอบ 57-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9 – 15 ธ.ค. 68 พบว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบเวเนซุเอลามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยสหรัฐฯ มีแผนควบคุมการขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาในอนาคต โดยจะส่งออกน้ำมันดิบไปยังสหรัฐฯ มากขึ้นและนำรายได้มาใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดิบเวเนซุเอลาอาจผ่อนคลายลง ส่งผลให้ให้นักลงทุนมีความหวังที่จะเข้าถึงแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลาได้มากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนสันติภาพยูเครน บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน แม้รัสเซียยังไม่ตอบรับก็ตาม
นอกจากนี้อุปทานน้ำมันอาจตึงตัวมากขึ้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปต่อบริษัทที่นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียที่ใกล้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ม.ค. 69

สำหรับ ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย
- ตลาดจับตาความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบเวเนซุเอลามีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากประธานาธิปดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump กล่าวว่าเวเนซุเอลาจะส่งออกน้ำมันดิบไปยังสหรัฐฯ ปริมาณ 30-50 ล้านบาร์เรล ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ นาย Chris Wright กล่าวว่าสหรัฐฯ มีแผนควบคุมการขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาในอนาคต และจะนำรายได้มาใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา ทั้งนี้สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้กับประเทศไอซ์แลนด์ ได้แก่ เรือ M/V Bella 1 ซึ่งติดธงสัญชาติรัสเซีย หลังจากไล่ล่าข้ามมหาสุมทรแอตแลนติกนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยเรือลำดังกล่าวหลบหนีการจับกุมในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 68 ขณะที่รัสเซียส่งเรือดำน้ำและกองเรืออื่นๆ ไปคุ้มกันเรือลำนี้ แต่ไม่ทันการ นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังร่วมกับสหราชอาณาจักร ยึดเรือ M/T Sophia ซึ่งติดธงชาติปานามา แต่ถูกคว่ำบาตรเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันกับรัสเซีย โดยการยึดเรือทั้ง 2 ลำนี้ อาจทำให้สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียตึงเครียดมากขึ้น
- ความคืบหน้าในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนมีมากขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนสันติภาพยูเครน บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้หลักประกันความมั่นคงที่มีภาระผูกพันทางกฎหมายแก่ยูเครน ในการเจรจา
ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ นาย Steve Witkoff และบุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
นาย Jared Kushner หารือร่วมกับผู้นำจากประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการใช้
กำลังทหาร ข่าวกรอง และมาตรการคว่ำบาตรเพื่อปกป้องยูเครนหากถูกรัสเซียโจมตีซ้ำในอนาคต โดยนาย Witkoff ยืนยันว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ผลักดันมาตรการนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นมาตรการป้องปรามที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงไม่มีท่าทีตอบรับข้อเสนอนี้
- ตลาดยังคงจับตามาตรการคว่ำบาตรบริษัทที่นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย หลังล่าสุด บริษัท Reliance Industries (RIL) ของอินเดียออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานของ Bloomberg ที่อ้างว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันดิบรัสเซีย 3 ลำ มุ่งหน้าไปยังโรงกลั่น Jamnagar และบริษัทไม่ได้มีการรับมอบน้ำมันดิบจากรัสเซียตั้งแต่ 22 ธ.ค. 68 และสั่งระงับคำสั่งซื้อตั้งแต่เดือน พ.ย. 68 หลังได้รับแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทั้งนี้ Bloomberg รายงานอินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. 69 ลดลง 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ระดับ 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ธ.ค. 68 ยอดขายบ้านใหม่ เดือน ธ.ค. 68 ยอดขายบ้านปัจจุบัน เดือน พ.ย. 68 ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน พ.ย.68 ยอดขายปลีกเดือน พ.ย. 68 ดัชนีราคาส่งออก เดือน พ.ย. 68 ดัชนีราคานำเข้า เดือน พ.ย. 68 และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ธ.ค. 68 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน พ.ย. 68 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ตัวเลขส่งออก เดือน ธ.ค. 68 และตัวเลขนำเข้า เดือน ธ.ค. 68
ทั้งนี้ ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 54-64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 57-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 2 – 8 ม.ค. 69 พบว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.24 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 57.30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.21 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 61.03 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังเวเนซุเอลาส่งสัญญาณพร้อมให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากการคว่ำบาตร และเปิดทางให้น้ำมันดิบเวเนซุเอลากลับเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้นในอนาคตขณะที่หุ้นบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นหลังการจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลานาย Maduro จากความหวังของนักลงทุนในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา ทั้งนี้ รัฐบาลของสหรัฐฯ มีแผนจะให้เงินอุดหนุนบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เพื่อเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของเวเนซุเอลาภายในเวลา 18 เดือน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ม.ค.69 ปรับลดลง 3.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 419.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 4 แสนบาร์เรล หลังปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น 62,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 66