![]()
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดแผนร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ระหว่างปี 2569 -2593 (ฉบับใหม่) หรือ PDP 2026 ที่เป็นเสมือนกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 โดยมีรายละเอียดใน 6 เรื่องสำคัญ ดังนี้
- เป้าหมาย Net Zero 2050
Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในกิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นจนเหลือเป็นศูนย์ เป็นเป้าหมายระดับโลกที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ล่าสุดประเทศไทยประกาศแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปีค.ศ. 2050 (ซึ่งเร็วขึ้นจากเป้าหมายเดิม 15 ปี) อย่างเป็นทางการในที่ประชุม COP30 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 47% ในปี 2035
เหตุผลที่ปรับเป้าหมายสู่ Net Zero เร็วขึ้น เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลกและทิศทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ไทยลดความเสี่ยงถูกกีดกันทางการค้าและการลงทุน เช่น มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะภาคพลังงานจัดเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ข้อมูลล่าสุด การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการใช้พลังงานปี 2567 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สรุปการปล่อยอยู่ระดับ 245.7 ล้านตัน CO2 เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับ GDP ที่ขยายตัวต่อเนื่อง
- แผน PDP ฉบับใหม่ (PDP2026)
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมีหลักการสำคัญ 3 ด้าน 1.Sucurity เน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทั้งในภาพรวมของประเทศและรายภาค 2.Economy ต้นทุนค่าไฟฟ้าในระดับที่เหมาะสม เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการมี RE เพิ่มมากขึ้น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศระยะยาว 3.Ecology ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission ในภาคไฟฟ้าของประเทศ
- วางแผน PDP อย่างไรให้ตรงเป้า Net Zero
ที่ผ่านมาภาคพลังงานโดยเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้ามีการปล่อย CO2 ปริมาณหรือสัดส่วนมากในอันดับต้นๆ ดังนั้น การที่ประเทศจะสามารถบรรลุ Net Zero 2050 ได้ การลด CO2 ในภาคพลังงานหรือภาคการผลิตไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ การวางแผน PDP เป็นการกำหนดแผนการจัดหาและผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการนำพาภาคการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ/ถือเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อย CO2 ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ด้านตามที่กล่าวข้างต้น
โดยจะมีการวางแผนระบบไฟฟ้าอย่างเหมาะสม สอดรับกับเศรษฐกิจในอนาคตที่จะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งจากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมสมัยใหม่ Data Center และโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่ง PDP จะทำหน้าที่เป็นแผนบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไฟฟ้า เป็นแกนกลางเชื่อมโยงกรอบนโยบายของ แผนพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังานทางเลือก (AEDP) แผนดอนุรักษ์พลังงาน (EEP) และ แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan)

โดยอย่างน้อยต้องมีแนวทางที่เป็นกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้
1.ขยายกรอบการวางแผนเป็น 25 ปี (2026–2050) เพื่อให้การจัดหาไฟฟ้าสอดรับกับเป้าหมาย Net Zero และกำหนดจังหวะการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
2.เพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาด โดยทำอย่างเป็นขั้นตอน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มพลังงานสะอาดในสัดส่วนที่เหมาะสมกับศักยภาพของระบบไฟฟ้า
3.เลือกใช้เกณฑ์ความมั่นคงระบบไฟฟ้าที่เหมาะสม โดยปรับมาใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) เพื่อให้มั่นใจว่าแม้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ระบบไฟฟ้ายังคงมีความมั่นคงตามเกณฑ์ที่กำหนด
4.รองรับการใช้ไฟฟ้าในเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center
5.รองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors : SMR), Hydrogen, NH3, CCS ถูกสำรวจและนำมาช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
6.มาตรการประหยัดพลังงาน PDP ไม่เพียงเพิ่มไฟฟ้าสะอาด แต่ยังเน้นลดความต้องการใช้ไฟฟ้าผ่านมาตรการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นทาง และลดภาระการลงทุนระบบไฟฟ้าในระยะยาว