สรุปงบกองทุนพลังงานปี 68 กว่า 1.2 พันล้านบาท ใครได้บ้าง และจะเปลี่ยนประเทศไปอย่างไร

Loading

การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่ใช่เรื่องของคนเมืองหรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่ในปี 2568 นี้ พลังงานสะอาดกำลังจะเดินทางเข้าถึงทุกหย่อมบ้าน ตั้งแต่หลังคาโรงเรียนไปจนถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน ภายใต้การอนุมัติงบประมาณกว่า 1.2 พันล้านบาท ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทำให้เราได้เห็นทิศทางพลังงานใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และจับต้องได้จริง

การสนับสนุนด้านการอนุรักษ์พลังงานที่เข้าถึงจริง

กระจายงบสู่ฐานราก มีการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน ภายใต้กรอบวงเงินมาตรา 25 (3) ถึง 712.5 ล้านบาท ลดภาระสาธารณสุข สนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิที่มีโครงการครอบคลุมหลายตำบล เพื่อช่วยลดค่าไฟและนำเงินไปใช้ในการรักษาพยาบาลประชาชนแทน ติดอาวุธความรู้ ไม่เพียงแต่ให้งบติดตั้ง แต่ยังสนับสนุนโครงการฝึกอบรม เช่น การพัฒนาทักษะช่างพลังงาน และโครงการ Energy MOOC เพื่อให้คนในชุมชนดูแลระบบพลังงานได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมเพื่อวันพรุ่งนี้ จากท้องถิ่นสู่ระดับสากล

Hydrogen & SAF สนับสนุนการศึกษาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการบิน AI Energy Management การใช้ระบบ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าที่สุด EV Battery งานวิจัยเพื่อยกระดับประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

ภาพรวมของโครงการปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้จัดสรรงบประมาณ แต่เป็น “พาร์ทเนอร์” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านพลังงานสะอาด การสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งด้านงบประมาณ เทคโนโลยี และการสร้างคน คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างแท้งจริง