![]()
ก้าวสู่ปีพุทธศักราชใหม่ (พ.ศ.2569) นับเป็นการเริ่มต้นความหวังใหม่ในการดำเนินชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้ประสบความสุขและความสำเร็จในหลายๆเรื่องตามที่ปรารถนาไว้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะเอื้อให้เกิดการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ก็คือ “ค่าครองชีพ” ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินชีวิต ทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าขนส่งสาธารณะต่างๆ เป็นต้น

สำนักข่าว TenNews จึงรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ทิศทางราคาพลังงานในปี 2569 เพื่อเป็นแนวทางประกอบการวางแผนค่าใช้จ่ายและการลงทุนต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากภาระค่าครองชีพที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2569 ดังนี้
ราคาน้ำมันดิบปี2569 คาดการณ์ต่ำกว่าปี 2568
“ราคาน้ำมัน” ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Experts) คาดการณ์ว่า ซัพพลายน้ำมันจะล้นตลาด จากการเพิ่มกำลังผลิตของโอเปกพลัส และนอน-โอเปกพลัส ขณะที่ดีมานด์ของโลกยังชะลอตัว แต่ยังเติบโตได้จากอินเดียที่เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง และจีนที่แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแต่ยังเติบโตได้ รวมถึงประเทศในแถบเอเชียที่ยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยคาดว่า ปี 2569 ซัพพลายน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ดีมานด์อยู่ที่ 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบ จะอยู่ในกรอบ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจต่ำกว่าราคาน้ำมันในปี 2568
PRISM Experts มองว่า ราคาน้ำมันดิบในปี 2569 ที่ทรงตัวในระดับต่ำจะทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง การขาดดุลการค้าที่ลดลง และเป็นโอกาสที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวราคาถูก และเป็นโอกาสปรับลดต้นทุนราคาพลังงาน รวมถึงยังเป็นโอกาสสนับสนุนไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย รัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังมีนโยบายดูแลราคาขายปลีกดีเซล ไม่ให้สูงเกิน 32 บาทต่อลิตร ดังนั้น ในปี 2569 ที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะต้องรอติดตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายดูแลราคาขายปลีกดีเซลอย่างไร

ค่าไฟปี 2569 ถูกลงจากปี 2568 ตามต้นทุนราคาก๊าซฯ
“ค่าไฟฟ้า” คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) มีมติปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่า Ft)ในงวดแรก ปี2569 (รอบบิล มกราคม – เมษายน) อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าในปี 2568 ที่ผ่านมา หลัง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้ปรับปรุงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติลดลง และแนวโน้มค่าไฟฟ้าในงวดถัดไปของปี 2569 ยังมีแนวโน้มปรับลดลงได้อีก ตามทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติและ Spot LNG ที่คาดว่าจะถูกลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ทั้งนี้ กกพ. ได้ติดตามสถานการณ์การผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย และราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในทิศทางที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงต้นปีหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายควบคู่กับความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงยังอยู่ในแนวโน้มขาลง ก็จะส่งผลดีต่อแนวโน้มค่าไฟของประเทศในระยะยาว
อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทยอยชำระคืน ภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ที่ กฟผ. รับภาระค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงานซึ่งคงค้างอยู่ประมาณ 66,000 ล้านบาท และ ภาระค่า AF Gas ที่ค้างอยู่ระหว่าง ปตท. และ กฟผ. เพื่อให้สามารถดำเนินการชำระคืนได้หมดโดยเร็ว สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว
ขณะที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประเมินทิศทางราคาพลังงานในปี 2569 โดยมองว่าหากไม่มีปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือสงครามเกิดขึ้น ก็คาดว่า ราคาพลังงานจะไม่ผันผวน ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคา LNG ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน ที่ระดับ 11-12 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟไม่สูงขึ้น และคาดว่า จะทำให้ กฟผ. ได้รับคืนหนี้ต่อเนื่อง และหมดภายในปี 2570 จากปัจจุบัน กฟผ. แบกรับ 40,000 ล้านบาท จากอดีตเคยรับภาระกว่า 1.5 แสนล้านบาท

ราคา LPG ปี2569 ทรงตัว หรือ ถูกลงจากปี 2568
“ราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)” คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มสำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัมอยู่ที่ประมาณ 423 บาท โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ถือเป็นการตรึงราคาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางราคา LPG ในปี 2569 ทางกระทรวงพลังงาน มองว่า ยังทรงตัวระดับต่ำเช่นเดียวกับราคาปัจจุบันที่ประมาณ 477 ดอลลาร์ฯต่อตัน เนื่องจากกำลังการผลิตทั่วโลกยังมีมากกว่าความต้องการใช้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน เตรียมจะปรับแนวทางการคำนวณราคา LPG ในประเทศใหม่ ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2569 โดยกลับมาใช้ราคาอ้างอิงที่ซื้อขายกันในตลาดโลก หรือ CP (Contract Price) แทนการใช้ราคาซื้อขายรายวันแบบราคาคาร์โก้ (Cargo Price) เนื่องจากราคา CP จะปรับเปลี่ยนเดือนละ 1 ครั้ง แต่ราคาคาร์โก้จะปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ตามต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้การคำนวณราคา LPG ในประเทศมีเสถียรมากขึ้นและสะดวกต่อการพิจารณาราคา ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงแบกรับภาระชดเชยราคา LPG โดยล่าสุด ณ วันที่ 4มกราคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะสุทธิ ติดลบ อยู่ที่ 4,788 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน อยู่ที่ 34,573 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ อยู่ที่ 39,361 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นตามผลการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะมีผลต่อการกำหนดทิศทางราคาพลังงานของประเทศไทยในปี 2569 ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ราคาพลังงานทั้ง น้ำมัน ค่าไฟฟ้า และก๊าซ LPG จะเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าทางการเมืองที่มักถูกหยิบยกขึ้นไปเป็นนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ฉะนั้น หากพรรคการเมืองใดได้รับสิทธิ์เข้ามาบริหารจัดการประเทศ ก็จะส่งผลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงาน แต่ในปี 2569 ราคาพลังงานในประเทศไทย คงจะไม่สูงขึ้นไปกว่าปี 2568 หากทิศทางราคาพลังงานโลกไม่ผันผวนไปจากปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยังคงเกาะติดสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารบุกจับกุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาพร้อมภริยา กลางกรุงการากัส โดยเบื้องต้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย