![]()
“รมว.พลังงาน” ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบาย “กรมธุรกิจพลังงาน” เร่งขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบาย Net Zero Emission และ Ease of Doing Business ขณะที่ กรมธุรกิจพลังงาน พร้อมสนับสนุนนโยบาย Quick Big Win ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใต้ภารกิจ 4 เดือน เร่งจัดทำมาตรฐานน้ำมัน SAF จัดทำกฎหมายรองรับการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนีย ส่งเสริมการติดตั้ง EV Charger ในปั๊มน้ำมัน จ่อเดินหน้าแผนการยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 หลังยอดใช้น้ำมันลดต่อเนื่อง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยมีนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหาร ธพ. ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมวายุ กรมธุรกิจพลังงาน ชั้น 20 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี กรุงเทพฯ

นายอรรถพล ได้มอบนโยบายการดำเนินงาน ภายใต้นโยบาย Net Zero Emission และ Ease of Doing Business เพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาด้านพลังงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เห็นผลโดยเร็ว และสร้างประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชน ทั้งในด้านการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายค่าพลังงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ภายใต้ภารกิจ 4 เดือน

ทั้งนี้ ธพ. จะเร่งส่งเสริมการดำเนินงานภายใต้นโยบายที่สำคัญ 2 นโยบาย ได้แก่
1. นโยบาย Net Zero Emission โดยการจัดทำมาตรฐานคุณภาพของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) การจัดทำกฎหมายเพื่อรองรับการใช้งานเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนีย การส่งเสริมการขนส่งน้ำมันทางท่อ และการส่งเสริมการติดตั้ง EV Charger ในสถานีบริการฯ
2. นโยบาย Ease of Doing Business โดยเร่งยกระดับการให้บริการของกรมธุรกิจพลังงานสู่ระบบ e-Service การเชื่อมโยงข้อมูลการสำรองน้ำมันระหว่างภาครัฐและเอกชน (API Gateway) และการอนุญาตจัดตั้งสถานที่เก็บรักษาน้ำมันและคลังน้ำมันใน Data Center

นอกจากนี้ ธพ. จะเร่งดำเนินงานภายใต้นโยบายอื่น ๆ เช่น การยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 การปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์เลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่น ธพ. การปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ปราบปรามการกระทําผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.) การดำเนินงานของสำนักงานพลังงานจังหวัดตามภารกิจที่ได้รับมอบอำนาจจาก ธพ. และการปฏิบัติงานภายใต้ พ.ร.บ. ทั้งสองฉบับของ ธพ. เป็นต้น
โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ให้มีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป



ก่อนหน้านี้ นายอรรถพล ระบุถึงแนวทางการยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 โดยมองว่าการมีหัวจ่ายน้ำมันที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการสถานีบริการ(ปั๊ม)น้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการเรียกร้องให้ภาครัฐปรับลดชนิดน้ำมันลง แต่การจะยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันชนิดใดนั้น ควรจะต้องมีการประกาศให้ชัดเจนหรือไม่ ทางกรมธุรกิจพลังงาน จะต้องพิจารณาและดำเนินการตามข้อกฎหมายเพื่อความถูกต้อง ขณะเดียวกันหากติดตามอยู่จากสถานการณ์การใช้น้ำมันในปัจจุบันจะเห็นว่า ผู้ใช้น้ำมันก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันแต่ละชนิดลง เช่น การใช้น้ำมัน E85 ที่ภาครัฐไม่ต้องประกาศยกเลิกการจำหน่าย แต่ผู้ใช้น้ำมันก็ทยอยเลิกใช้ลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ กรมธุรกิจพลังงาน ได้เปิดเผยข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย ช่วงเดือน มกราคม – สิงหาคม 2568 โดยในส่วนของปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน พบว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 31.64 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 1.0% โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.47 ล้านลิตร/วัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม-สิงหาคม 2568) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 1.01 บาท/ลิตร จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้นจากปีก่อน
ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 น้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 มีปริมาณการใช้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 6.61 ล้านลิตร/วัน 5.12 ล้านลิตร/วัน 0.39 ล้านลิตร/วัน และ 0.06 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ สาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) โดยมีสัดส่วน 6.8% ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ตาม “(ร่าง) แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2567-2580 (Oil Plan 2024)” เบื้องต้น กำหนดส่งเสริมการใช้ ดีเซล(B7) เป็นน้ำมันหลักในกลุ่มดีเซล ส่วนกลุ่มเบนซิน จะเป็นการส่งเสริมการใช้ แก๊สโซฮอล์ (E10) หรือ E20 นั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อไป