![]()
ปัจจุบันประเทศไทยให้บริการรถไฟฟ้าแล้วหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีเขียว สายสีม่วง สายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีทอง สายสีแดง แอร์พอร์ตลิงก์ และอยู่ระหว่างดำเนินการขยายในสายสีส้ม สายสีม่วงใต้ ขณะที่การลงทุนในระบบรถไฟทางคู่ก็มีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น การพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับระบบรางในอนาคตจึงมีความจำเป็น


การศึกษาดูงานในประเทศที่มีความล้ำสมัยด้านระบบรางอย่างประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสามารถนำมาต่อยอดในการพัฒนาระบบรางในไทยได้เป็นอย่างดี ล่าสุดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้พาไปศึกษาเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมระบบรางของบริษัท โตเกียว เมโทร จำกัด หรือที่เรียกว่า Tokyo Metro Academy ณ มหานครโตเกียว ซึ่งเป็นหนึ่งในทริปดูงานที่ญี่ปุ่น นอกจากการเยี่ยมชมการดำเนินงานของ Urban Renaissance Agency (UR) ที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีของระบบขนส่งมวลชน (TOD)


สำหรับศูนย์ฝึกอบรมระบบราง Tokyo Metro Academy นั้นเป็นศูนย์การบริหารจัดการหลักสูตรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการเดินรถไฟของบริษัทผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในมหานครโตเกียว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากรป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมขนส่งระบบรางได้อย่างมีศักยภาพ โดยปัจจุบัน Tokyo Metro Academy ได้มีการเปิดสอนหลักสูตรออนไลน์เพื่อสามารถรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้จากทั่วโลก อันสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในองค์ความรู้ด้านการเดินรถไฟของบริษัทเอง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ Tokyo Metro Academy ได้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย



นายพัฒนพงษ์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ รองผู้ว่าการ (บริหาร) รฟม. ระบุว่า ในส่วนของประเทศไทยได้มีการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมในลักษณะเดียวกันกับ Tokyo Metro Academy มากว่า 6 ปี โดยใช้ชื่อว่า ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรระบบราง (Training Center) ที่คลองบางไผ่ (บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง) โดยได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการเดินรถและระบบรถไฟฟ้า ด้านการซ่อมบำรุง และด้านการจัดการเหตุการณ์ในสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระบบรถไฟฟ้า รวมถึงความรู้พื้นฐานของงานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน อาทิ ระบบสถานีรถไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน สำหรับเจ้าหน้าที่ของ รฟม.และผู้ประกอบวิชาชีพในบริษัทที่ให้บริการด้านระบบขนส่งทางราง โดยศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรระบบราง รฟม. มีเป้าหมายให้ผู้สำเร็จหลักสูตรจากศูนย์ฝึกอบรมฯ ของ รฟม. มีความรู้ความสามารถ มีทักษะความชำนาญตามมาตรฐานสากล และสามารถปฏิบัติงานในหน่วยงานผู้ให้บริการในระบบรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ รฟม. ยังมุ่งมั่นต่อยอดการบริหารจัดการศูนย์ฝึกอบรมฯ สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรระบบรางที่มีคุณภาพ โดยอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานระบบรางทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อน รฟม. สู่องค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับมาตรฐานระบบรางของประเทศไทย
“ศูนย์ฝึกอบรบของโตเกียวเมโทรเรียกได้ว่าเป็นหน่วยงานที่ดูแลรถไฟใต้ดินหลักของโตเกียว ราก็มีศูนย์ฝึกอบรมที่คลองบางไผ่ แล้วก็หลายอย่างก็คล้ายๆ กัน แต่ว่าอันหนึ่งที่แตกต่าง คือ เขามีครบถ้วน แล้วเขาก็ลงทุนค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเขามีหลายสาย เราอาจจะไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่ว่าโดยคอนเซปต์เป็นทิศทางเดียวกัน ซึ่งส่วนนี้ รฟม. มีความพร้อมนะครับ ทั้งกฎหมายใหม่ที่พูดถึงเรื่องของการฝึกอบรมพนักงานต่างๆ พนักงานขับรถที่จะต้องมีใบอนุญาตเราก็มีความพร้อม ซึ่งวันนี้ที่เรามาดูงานศูนย์ฝึกอบรบของโตเกียวเมโทรเราก็จะเอาไปปรับปรุงใช้กับศูนย์ฝึกอบรมที่คลองบางไผ่ของรฟม. ที่จะทำให้ศูนย์ฝึกอบรมเราในการพัฒนาเรื่องของการอบรมเจ้าหน้าที่ต่างๆ รวมถึงเรื่องของพนักงานขับรถจะได้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น” นายพัฒนพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามอนาคตหากมีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง (พ.ร.บ.การขนส่งทางราง) อย่างเป็นทางการ รฟม.ก็พร้อมที่จะเป็นหน่วยงานอบรมที่ได้รับอนุญาต คล้ายกับ Tokyo Metro Academy ที่สามารถฝึกอบรมให้กับบริษัทที่ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารายอื่น หรือผู้ให้บริการเดินรถไฟ แล้วออกใบอนุญาตขับรถไฟฟ้าหรือขับรถไฟได้ทั้งหมด แต่ตามกฎหมายปัจจุบันในบทเฉพาะกาล ศูนย์ฝึกอบรมของรฟม. สามารถจัดอบรมและออกใบอนุญาตได้เฉพาะพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรฟม.เท่านั้น
อนึ่งพ.ร.บ.การขนส่งทางรางยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา) และอยู่ในขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดการณ์ว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในปี 2569 ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางรางก็อยู่ระหว่างจัดทำระบบ e-License R เพื่อออกใบอนุญาตคนขับรถไฟ รถไฟฟ้า โดยแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก (รถไฟฟ้าในเมือง, รถไฟทางไกลขนส่งสินค้า/ผู้โดยสาร, รถไฟความเร็วสูง) และต้องผ่านการอบรมและรับรองมาตรฐานตามกฎหมายใหม่ โดยคนขับรถไฟ/รถไฟฟ้าเดิมจะได้รับใบอนุญาตอัตโนมัติเมื่อ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ ส่วนผู้ที่เป็นพนักงานขับรถไฟ รถไฟฟ้ารายใหม่จะต้องผ่านการอบรมก่อน